Toy “R” Us พิจารณาเตรียมตัวปิด 800 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา เตรียมเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

Business Insiders [Source] และสำนักข่าวใหญ่ต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา รายงานเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2018 ว่า Toy R Us พิจารณาเตรียมตัวปิดสาขาทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา รวมจำนวนโดยประมาณ 800 สาขา

Corali Lopez-Castro, ผู้บริหารสำนักกฏหมาย Kozyak Tropin and Throckmorton และผู้รับผิดชอบคดีล้มละลายของ Toy “R” Us บอกต่อสื่อว่า หลังจากผู้เกี่ยวข้องพยายามหาวิธีเพิ่มยอดขายอย่างเต็มที่เพื่อกิจการจะสามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องปิดตัว แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลยและทาง Toy “R” Us จึงจำเป็นต้องพิจารณาเตรียมตัวปิดสาขาทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาและเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย

คาดว่าในกลางเดือน มีนาคม 2018 ทาง Toy “R” Us จะประกาศแผนการปิดสาขาทั้งสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการว่าจะเริ่มดำเนินการเมื่อไร โดยหากมีการปิดสาขาทั้งหมดจริง ทางบริษัทจะต้องจัดโปรโมชั่น Clearance sales เพื่อระบายสต็อกออกไปให้มากที่สุดก่อนปิดสาขา ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการจัดโปรโมชั่นไม่นานนัก เพราะหากยิ่งยืดเยื้อก็จะยิ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ทาง Toy “R” Us ต้องจ่ายให้แก่ผู้ให้เช่าพื้นที่

Corali Lopez-Castro กล่าวอีกว่าธุรกิจที่ย่ำแย่ลงส่วนหนึ่งมาจากความถดถอยของค้าปลีกหน้าร้านอันเนื่องจากการมาของ E-Commerce ที่มีความนิยมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเธอเชื่อว่าหลัง Toy “R” Us ปิดตัวลงก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อแฟนคลับมากนัก เพราะปัจจุบัน ทุกอย่างที่มีขายในร้าน สามารถหาซื้อได้จากอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น

ประวัติธุรกิจอย่างย่อ Toy “R” Us

ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 1957 โดย Charles Lazarus หลังจากที่เขาปลดประจำการจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนต่างพูดถึงการกลับบ้าน แต่งงาน มีลูก และใช่ชีวิตอย่างเสรีอเมริกัน ณ เวลานั้น Charles Lazarus เห็นโอกาสจากแนวคิดความอยากมีลูกของคนอเมริกัน

เขาเก็บเงินระหว่างเป็นทหารจำนวนหนึ่ง เมื่อถึงบ้านเขาได้ใช้บ้านเป็นที่เริ่มทำธุรกิจเครื่องใช้สำหรับเด็กและทารกในปี 1948 และเขาคาดการณ์ไม่ผิด เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คนอเมริกาขยันมีลูกเป็นอันมาก ส่งผลดีต่อกิจการข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็ก กิจการของเขาเติบโตและกลายเป็นแบรนด์ Toy “R” Us อย่างเป็นทางการในปี 1957 ตามมาด้วยยอดขายเกิน 10 ล้านเหรียญต่อปีตั้งแต่ปี 1966 และประสบการถูกฟ้องล้มละลายในปี 1974

แต่ครั้งนั้น Charles Lazarus สามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้ และทำให้ Toy “R” Us เดินหน้าต่อมาจนถึงยุค E-Commerce ก่อนจะถูกฟ้องล้มละลายอีกครั้งเมื่อ เดือน กันยายน 2017 โดยครั้งนี้การกอบกู้สถานกาณณ์ทำได้ยากขึ้นเนื่องจากคู่แข่งจำนวนมาก โดยเฉพาะคู่แข่งที่เชี่ยวชาญด้าน E-Commerce อย่าง Amazon และ Walmart ที่ชิงส่วนแบ่งตลาดไปเป็นจำนวนมาก ในที่สุด Toy “R” Us จึงพิจารณายุติสาขาทั้งหมดในสหรัฐ ตามรายงานข่าว

4 Replies to “Toy “R” Us พิจารณาเตรียมตัวปิด 800 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา เตรียมเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *