Noah Kagan พนักงานคนที่ 30 ของ Facebook และจัดว่าเป็นพนักงานกลุ่มแรก ๆ ของบริษัท และ โดนไล่ออกโดย Mark Zuckerbarg ผู้ก่อตั้ง โดยตัวเขาเองนั้น นอกจากจะตกงานแล้วยังถูกยึดหุ้นของบริษัทคืนเป็นจำนวน 20,000 หุ้น ซึ่งปัจจุบันจะมีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเขาจะกลายเป็นเจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพแบบ Self-made และมีรายได้ปีละหลายล้านเหรียญสหรัฐ ประสบความสำเร็จในการสร้างสูตร วิธีคิดไอเดียปั้นธุรกิจออนไลน์เงินล้านภายใน 1 สัปดาห์ อย่างมีหลักการ

สาเหตุของการถูกไล่ออก

Facebook ก่อตั้งในปี 2004 ในขณะที่ Noah Kagan เข้าทำงานเดือน พฤศจิกายน 2005 ในตำแหน่ง Product Manager และจัดเป็นพนักงานคนที่ 30 ของบริษัทในขณะที่บริษัทกำลังเริ่มตั้งไข่ และถูกไล่ออกในเดือน มิถุนายน 2006

Noah Kagan เชื่อว่าเขาทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ณ จุดที่ Facebook เป็นอยู่ในขณะนั้น แต่ด้วยความที่บริษัทมีเปลี่ยนแปลงและเติบโตเร็วอย่างมาก ทำให้ภายในเวลาอันสั้น กิจการได้ขยายไปสู่พนักงาน 150 คนจนเขาเองก็ยอมรับว่ามีปัญหาในการปรับตัว

Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook กล่าวโทษและไล่ออกในข้อหา ให้ข้อมูลลับของบริษัทแก่สื่อออนไลน์, การไม่เปิดเผยจุดอ่อนของตนเองก่อนมารับตำแหน่ง Product Manager รวมไปถึงข้อกล่าวหาด้านอุปนิสัยและพฤติกรรม เช่น ความเห็นแก่ตัว

ภายหลังเจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ และรู้ตัวว่ามีอีโก้ในความเป็นพนักงานของ Facebook โดยในช่วงแรกเขาพอใจที่จะรายงานตรงต่อ Mark Zuckerberg แต่ภายหลังบริษัทโตขึ้นและต้องรายงานผ่านระบบที่ประชุมกลางต่อตัวแทน เขาเริ่มไม่พอใจกับระบบใหม่ ในทางสังคม เขามักใช้ชื่อเสียงของบริษัทในการอ้างถึงอย่างมากนอกบริษัทเพื่อหวังผลส่วนตัวบางอย่าง

บทเรียนของ Noah Kagan ต่อการเป็นพนักงาน

1. อย่าหลงตัวเอง

อย่าหลงตัวเองว่าทำงานในบริษัทเด่นดัง หรือบริษัทเติบโตเร็วจนกลายเป็นอีโก้และมักนำชื่อบริษัทมาอ้างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว จงเป็นพนักงานผู้อ่อนน้อมและให้เกียรติผู้อื่น มีความถ่อมตัวและตั้งใจฟังเมื่ออยู่ในที่ประชุม จงมีสติอยู่กับการประชุมและการงานต่าง ๆ เพื่อตั้งใจทำงานออกมาให้ดีที่สุด

2. คุณจะเพิ่มคุณค่าให้บริษัทอย่างไรได้บ้าง

หมั่นถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้บริษัทหรือการงานของบริษัทดีขึ้นและเติบโตขึ้น และนั่นคือจะเป็นการเพิ่ม ความรู้ ความสามารถ และคุณค่าในตัวของคุณเองโดยปริยาย ข้อนี้คือเหตุผลสำคัญที่คุณจะไม่ถูกไล่ออก

3. พนักงานทุกคนถูกแทนที่ได้หมด

คุณไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดจนหาใครแทนไม่ได้ ข้างนอกมีคนที่เก่งกว่าคุณ คนที่เก่งเท่ากับ หรือน้อยกว่าแต่สามารถพัฒนาให้เท่าคุณได้แน่นอน และหากคุณไป บริษัทก็จะสามารถหาคนมาแทนคุณได้เสมอ ระหว่างที่คุณยังอยู่กับบริษัท จงพัฒนาคุณค่าในด้านอื่นนอกเหนือจากเรื่องงาน บางสิ่งบางอย่างที่เป็นเรื่องที่แทนกันได้ยาก เช่น อุปนิสัยอันเป็นที่รักของผู้อื่น

4. การจากไปของคุณไม่ได้ทำให้บริษัทเจ็บปวด

พนักงานเก่ง ๆ ที่อยู่กับบริษัทไปนาน ๆ มีโอกาสเกิดอีโก้ว่าตนมีค่าและสำคัญจนบริษัทต้องง้อ หากไม่มีเขาบริษัทจะต้องเจ็บปวด แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อเกิดความขัดแย้งจนต้องลาออกหรือไล่ออก คนที่เจ็บกว่าคือพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังออกไปแล้วบริษัทกับเจริญเอา ๆ เสียด้วย

5. เมื่อถึงเวลาก็ต้องไป

ชีวิตมี Timing ของมัน ไม่ว่าคุณจะสุดทนจนต้องลาออก หรือถูกไล่ออก มันก็คือเวลาของมัน สำหรับ Noah Kagan หลังจากถูกไล่ออก เขาได้ตระเวนหาประสบการณ์จากบริษัทต่าง ๆ อีก 4 ปีก่อนจะค้นพบธุรกิจทำเงินและกลายเป็นเจ้าของสตาร์ทอัพเงินล้านในปัจจุบัน

วันนี้ของ Noah Kagan

ถูกไล่ออกในเดือน มิถุนายน 2006 หลังทำงานที่ Facebook เพียง 8 เดือน จากนั้นไปทำงานที่ Mint ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและได้ประสบการณ์เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์และธุรกิจดิจตอล เขาทำงานที่ Mint 10 เดือนก่อนลาออกมาก่อตั้ง KickFlip ซอฟต์แวร์ด้านระบบการเงินให้กับธุรกิจเกมส์ ในปี 2007

มีนาคม 2010 ก่อตั้ง AppSumo เว็บขายดีลสินค้าดิจิตอล และ SumoMe เป็น App Store สำหรับแอปพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับเว็บไซ์และการตลาดออนไลน์โดยเฉพาะ กลุ่มธุรกิจ Sumo ของเขามีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็น Digital products 100% ไม่มีสต็อก สามารถทำซ้ำได้ง่าย และขยายฐานได้ทั่วโลกผ่านออนไลน์อย่างเดียว

Sources: