หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1945 โลกก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ การผลิต อีกครั้งคนรวยแจ้งเกิดจากการเป็นเจ้าของโรงงาน และการครอบครองกำลังการผลิตสินค้าจำนวนมากออกสู่ตลาด เพราะทางเลือกที่จำกัดแต่ความต้องการบริโภคนั้นมีมากกว่าซัพพลาย เจ้าของสินค้าจึงร่ำรวย

จากนั้น ปี ค.ศ. 1999 (โดยประมาณ) เป็นต้นมา โลกก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ ค้าปลีก หรือ Modern trade กิจการค้าปลีกมีการพัฒนารูปแบบเป็นโมเดล Franchise และ Chain store ขยายสาขาออกไปทั่งประเทศและทั่วโลก ครองทุกมุมถนน ตรอก ซอย น้อยใหญ่ ด้วยศักยภาพในการเข้าถึงผู้บริโภค ทำให้ เจ้าของธุรกิจค้าปลีกประเภท Franchise และ Chain store มีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตสูงขึ้น กล่าวคือ หากผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้าไม่ยอมง้อเจ้าของร้านค้าปลีก ผู้ผลิตมีโอกาสสูญเสียพื้นที่ขายสินค้าไปเกือบทั้งประเทศ (ถ้าค้าปลีกนั้นใหญ่พอ)

วันนี้คือยุคของอินเตอร์เน็ตและซอฟต์แวร์

กระทั่งปี ค.ศ. 2010 (โดยประมาณ) เป็นต้นมา โลกก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ อินเตอร์เน็ต ซึ่งก่อนหน้านั้นยุคอินเตอร์เน็ตได้ก่อตัวมาก่อนหน้าแล้ว โลกมีทั้ง Amazon.com เว็บไซต์ค้าปลีกออนไลน์ Alibaba.com เว็บไซต์ค้าส่งออนไลน์ และ Facebook.com โซเชียลเน็ตเวิร์ค ฯลฯ ซึ่งก่อตั้งมาหลายปี แต่ยังไม่แพร่หลายไปทั่วโลก จนกระทั่งหลังวิกฤต Dot-Com Bubble ฟองสบู่แตกในปี 2002 บรรดาธุรกิจเว็บไซต์แพลทฟอร์มต่าง ๆ ที่เป็นตัวจริงของวงการก็เริ่มเติบโต และส่งผลอย่างชัดเจนหลังปี 2010 เป็นต้นมา

และในยุคอินเตอร์เน็ตนั้นเองที่สร้างเศรษฐีใหม่ของโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Larry Page และ Sergey Brinn แห่ง Google, Mark Zuckerberg แห่ง Facebook, Jack Ma ชาวจีนที่เคยยากจนก็กลายเป็นคนรวยอันดับต้น ๆ ของโลกกับเว็บไซต์ Aliababa,

ต่อด้วย Kevin Systrom และ Mike Krieger กับแอปพลิเคชั่น Instagram, Evan Spiegel หนุ่มน้อยที่นำธุรกิจแอปพลิเคชั่น Snapchat เข้าตลาดหุ้นในปี 2017 กลายเป็นเศรษฐี Billionaire ในวันเพียง 27 ปี — และอีกนับไม่ถ้วนที่กลายเป็น มนุษย์พันล้านเหรียญ จากอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้นมากมายหลังปี 2010 เป็นต้นมา

โจทย์ต่อมา คือ อุตสาหกรรมใดที่จะสร้างเศรษฐีใหม่ในยุคถัดไป

เมื่ออุตสาหกรรมการผลิตอยู่ตัวแล้ว และเหลือแต่รายใหญ่ที่กุมกำลังสูงสุด ในขณะที่ค้าปลีกแบบ Modern Trade ก็ทรงกับทรุดเพราะ E-Commerce ตลาดรับรู้แล้วว่าช่องทางสร้างตัวในปัจจุบันคือ อินเตอร์เน็ต และในความเป็นจริงก็มีคนจำนวนมากเกินไปแล้วที่กระโดดเข้าไปในโลกของอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น E-Commerce, Software business, Application developer ฯลฯ แล้วต่อไป อุตสาหกรรมใดที่จะมาสร้าง เศรษฐีใหม่ ในโลกยุคถัดไป

Mark Cuban, Serial entrepreneur หรือ ผู้ประกอบการหลายธุรกิจ, นักลงทุน และกรรมการ Shark Tank, รายการ Reality show ประกวดพิชชิ่งเพื่อระดมทุนทำสตาร์ทอัพชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้พูดผ่านงาน SXSW Conference and Festivals เมื่อต้นเดือน มีนาคม 2018 โดยประมาณว่า…

“…I am telling you, the world’s first trillionaires are going to come from somebody who masters AI and all its derivatives and applies it in ways we never thought of. […] Ever faster computer processors and exponentially larger data sets are creating opportunity to apply artificial intelligence to new industries like insurance…”

“…ผมพยากรณ์ว่า เศรษฐีล้านล้านเหรียญคนแรกจะเกิดจากผู้กุมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และมันจะถูกพัฒนามาใช้งานกับหลายสิ่งรอบตัวในแบบที่คุณคิดไม่ถึง ทั้งฐานข้อมูลในระบบไซเบอร์สเปซ และประสิทธิภาพการประมวลผลของสมองกลำลังเติบโตในอัตราเร่ง ตอนนั้น AI จะกลายเป็นอัจฉริยะที่สามารถทำงานงานแทนมนุษย์ในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ธุรกิจประกัน…”

Mark Cuban ยกตัวอย่างโดยคร่าวว่าบริษัท Google ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 9 พันล้านเหรียญจากการนำ AI เข้ามามีส่วนในการดำเนินกิจการ ก่อนเล่าต่อว่า…

“…We will see more technological advances over the next ten years than we have over the last thirty. It’s just going to blow everything away. Whatever you are studying right now if you are not getting up to speed on deep learning, neural networks, etc., you lose…”

“…ถ้าวันนี้คุณยังไม่รู้เรื่อง Deep learning และ Neural networks คุณจะพ่ายแพ่ต่อการปรับตัว เพราะเทคโนโลยีพัฒนาเร็วเป็นทวีคูณ ในอีก 10 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลกว่ารอบ 30 ปีรวมกันและจะเร็วขึ้นเรื่อย ๆ …”

วิกฤตอาชีพและแรงงานของมนุษย์เมื่อเข้าสู่ยุค AI

เขายังเสริมต่อเรื่องวิกฤตอาชีพมนุษย์ในอนาคตอันไม่ใกล้แต่ไม่ไกลว่า…

“…We are going through the process where software will automate software, automation will automate automation. The most desirable jobs and skill sets in the workforce will change, and I would not want to be a CPA right now. I would not want to be an accountant right now, I would rather be a philosophy major.

As computers and robots increasingly replace technical skills, critical thinking will become yet more valuable. Knowing how to critically think and assess them from a global perspective I think is going to be more valuable than what we see as exciting careers today which might be programming or CPA or those types of things…”

“…เรากำลังเดินทางสู่ยุคที่เครื่องจักร และซอฟต์แวร์จะทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่างแทนมนุษย์ รวมไปถึงพวกมันจะสามารถทำงานร่วมกันซึ่งกันและกันได้ อาชีพและแรงงานมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจนกระทั่ง บางสาขาอาชีพที่มีความสำคัญและต้องใช้คนทำในปัจจุบันจะไม่มีความจำเป็นอีกแล้วเมื่อวันนั้นมาถึง วันนี้ผมจะไม่เลือกเรียนบัญชี ผมจะขอเลือกเรียนปรัชญาแทน

ในวันที่หุ่นยนต์ และคอมพิวเตอร์พัฒนาจนสามารถแทนที่งานแรงงานและงานทักษะหลาย ๆ สาขาได้แล้ว ในวันนั้น ทักษะด้านการคิดเชิงวิพากษ์จะเป็นทักษะที่มีคุณค่าในหมู่มวลมนุษย์…”

เกี่ยวกับ Mark Cuban

Mark Cuban เกิดในครอบครัวที่ประกอบอาชีพแรงงาน โดยเขาเติบโตมุ่งเป็นนักธุรกิจสตาร์ทอัพ เขาร่วมก่อตั้งธุรกิจวิทยุออนไลน์กับหุ้นส่วนอีก 2 คนในปี 1995 ชื่อ Audinet ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Broadcast.com ในปี 1995 และถูกซื้อไปโดย Yahoo ในปี 1999 ที่ราคา 5,700 ล้านเหรียญ

ปัจจุบันเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง 2929 Entertainment เป็นประธานบริษัท AXS TV เป็นเจ้าของทีมบาสเก็ตบอล Dallas Mavericks และเป็นนักลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพหลายบริษัท รวมไปถึงนั่งเก้าอี้กรรมการรายการ Shark Tank



Sources:

1 COMMENT

  1. […] หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1945 โลกก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองของ การผลิต อีกครั้งคนรวยแจ้งเกิดจากการเป็นเจ้าของโรงงาน และการครอบครองกำลังการผลิตสินค้าจำนวนมากออกสู่ตลาด เพราะทางเลือกที่จำกัดแต่ความต้องการบริโภคนั้นมีมากกว่าซัพพลาย เจ้าของสินค้าจึงร่ำรวย Read More […]

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here