ครูชัยพาเล่า ทฤษฏีของแบรนด์เนมกับการสร้างโอกาสทางธุรกิจ จากการทดลองของกูรูการตลาด Neil Patel

0
240

ใครที่ติดตามเฟสบุ๊คส่วนตัวของผมต้องมีโอกาสได้เห็นผมออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่อยู่บ่อย ๆ หลังลุยงานหนักติด ๆ กัน โดยความชอบส่วนตัวของผม คือ สุขใจที่ได้ท่องเที่ยวและรับประทานอาหารอร่อย จนถึงขั้นจัดทำ LIVE ครูชัยชวนชิม ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวของผมเป็นระยะ ๆ

ทีนี้เรามามองในมุมของ ‘การตลาด’ ภาพไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวสถานที่ดี ๆ ในวันธรรมดา (ที่คนทั่วไปทำงาน) การรับประทานเมนูราคาแพงได้บ่อย ๆ รวมไปถึงการเล่นนาฬิกาแพง ๆ และการนั่งในรถหรู เหล่านี้นอกจากจะเป็นการสะท้อนผลลัพธ์ในหน้าที่การงานของเจ้าของเรื่องราว และส่งผลทางจิตวิทยาแก่ผู้พบเห็น ทำให้พวกเขาตีความหมายในเบื้องต้นว่า คน ๆ น่าจะประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อย และดึงดูดให้พวกเขาอยากเข้าไปรู้จักและพบเจอ

เรื่องนี้จริงแท้แค่ไหน? ผมมีกรณีศึกษาจาก Neil Patel ไอดอลนักการตลาดออนไลน์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มูลค่าการดีลงานค่าบริการการตลาดของเขา Contract ละหลายล้านบาท เขาบอกเล่าไว้อย่างน่าตื่นเต้นผ่านเว็บไซต์ของเขามาสรุปให้ฟังครับ [Source: Quick Sprout]

คอนโด นาฬิกา และซูเปอร์คาร์ สร้างโอกาสให้คุณได้อย่างไร

เกริ่นก่อนว่า Neil Patel เป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Quick Sprout และ Neil Patel ทั้ง 2 เว็บไซต์มีบทความการตลาดออนไลน์ที่เนื้อหาแน่นปึ้กมาก ๆ ส่วนรายได้ของเขามาจากธุรกิจซอฟต์แวร์การตลาดออนไลน์ชื่อ KissMetrics และ CrazyEgg และเขายังรับให้บริการที่ปรึกษาและบริหารการตลาดออนไลน์

พื้นเพของเขาเกิดในครอบครับชั้นกลางค่อนล่าง พ่อแม่ของเขาทำอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ และเงินช็อตเป็นบางเวลา ทำให้เขาเป็นคนที่ค่อนข้างประหยัดและไม่ได้มีความหลงใหลในแบรนด์เนมและของหรูแต่อย่างใด แต่ คอนโด นาฬิกา และซูเปอร์คาร์ ที่เขามีนั้นเป็นกึ่งการทดลอง หรือ Experiment โดยของหรูที่เขาซื้อต้องสามารถขายต่อได้ในราคาที่สูงกว่า อาทิ คอนโด และ นาฬิกา ส่วนซูเปอร์คาร์นั้น เป็นวัตถุเดียวที่เขาไม่ได้ซื้อเอง — โอเคครับ! เราไปเริ่มดูจุดเริ่มต้นและผลลัพธ์ของ Experiment กันเลย

ผลลัพธ์จากคอนโดหรู Hyatt Olive 8

Neil Patel ลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ของ Hyatt Olive 8 ณ Seattle สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคอนโดผสมโรงแรม โดย 17 ชั้นแรกเป็นโรงแรม และชั้นที่ 18 เป็นต้นไปเป็นคอนโด เขาลงทุนซื้อยูนิตที่เป็นคอนโด 1 ห้องนอนเป็นจำนวนเงิน 420,000 เหรียญสหรัฐฯ ด้วยเหตุผล ได้แก่ Seattle เป็นหนึ่งในแหล่งนักธุรกิจ, ได้ในราคาที่ถือว่าถูก และทางเจ้าของโครงการรับรองการซื้อคืนภายใน 3 ปี

ผลลัพธ์จากการเป็นเจ้าของคอนโดหรูและการถ่ายรูปไลฟ์สไตล์ที่พักอาศัยทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน และได้รับการสัมภาษณ์ลงสื่อ CNN ในชื่อบทความ Dotcom millionaire who lives in a hotel บทความดังกล่าวสร้าง Traffic เข้าเว็บไซต์ธุรกิจของเขาจำนวนกว่า 20,000 Visit ภายใน 24 ชั่วโมง และสร้างยอดขายให้แก่ผลิตภัณฑ์ของเขา ได้แก่ ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เป็นจำนวน 26,513 เหรียญสหรัฐฯ ในเวลาอันสั้น

ผลลัพธ์จากคอนโดหรู Mandarin Oriental

Neil Patel ขาย Hyatt Olive 8 พร้อมกำไรจำนวนหนึ่ง จากนั้นย้ายจาก Seattle มาซื้อคอนโด Mandarin Oriental ในเวลาต่อมาที่ราคา 1,760,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคอนโดนี้เป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการอาศัยหรือแวะเวียนมาเป็นจำนวนมากตลอดเวลา ทำให้เขามีโอกาสได้พบเจอนักธุรกิจชั้นแนวหน้าอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ

ภายในเวลาไม่นานหลังจากย้ายมาอยู่ Mandarin Oriental เขาได้สนิทสนมกับนักธุรกิจหลายคน เริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจซึ่งกันและกัน และในที่สุดเขาก็ได้เซ็นต์สัญญาให้บริการที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์แก่ลูกค้ารายใหญ่ 2 ราย — รายแรกเป็นเจ้าของเว็บไซต์กีฬา มูลค่าสัญญา 360,000 ล้านเหรียญฯ ต่อปี และรายที่สองเป็นบริษัท Hedge fiund มูลค่าสัญญา 540,000 ล้านเหรียญฯ ต่อปี

นอกจากนั้น เขายังได้รู้จักกับนักบริหารบัญชีฝีมือดีที่ภายหลัง Neil Patel ได้ทำการว่าจ้างมาทำบัญชีและช่วยให้กิจการของเขาประหยัดค่าภาษีไปถึง 296,000 เหรียญ รวมมูลค่าเงินที่งอกเงยขึ้นมาถึง 1,1960,000 เหรียญ จากการซื้อคอนโด 1,760,000 เหรียญ!

ผลลัพธ์จากนาฬิกาหรู Panerai

Neil Patel สวมนาฬิกาหรูเริ่มต้นกับแบรนด์ Panerai Luminor Marina ราคา 6,000 เหรียญ และหลังจากที่เขาสวมนาฬิกาดังกล่าวไปติดต่องานที่ TechCrunch เขาได้รับความสนใจจากนักเขียนข่าวคนหนึ่ง ซึ่งได้เข้ามาพูดคุยและกลายเป็นเพื่อนกัน ส่งผลให้นักเขียนข่าวคนนั้นช่วยเชียนข่าวประชาสัมพันธ์ Neil Patel ให้ฟรี เพียงเพราะนักเขียนข่าวชื่นชอบแบรนด์ Panerai เป็นการส่วนตัว

ผลลัพธ์จากนาฬิกาหรู Patek Philippe ราคา 50,000 เหรียญ

Neil Patel จึงเริ่มทำการทดลองขยับไปสวมใส่แบรนด์ Patek Philippe ราคา 50,000 เหรียญ โดนย้ำอีกครั้งว่าวัตถุที่เขาซื้อล้วนสามารถขายต่อในราคาที่ทำกำไรได้ทั้งสิ้น หาใช่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย

หลังจากเขาใช้นาฬิกาเรือนนี้ไปประมาณ 4 เดือน เขาก็มีโอกาสได้พบกับชายวัย 70 ปีในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งเข้ามากล่าวทักทายและชื่นชมเรื่องนาฬิกา หลังการสนทนาพบว่าชายวัย 70 ปีผู้นั้นเป็นนักสะสมนาฬิกา Patek Philippe และทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ตลาดบน

ทั้งสองคุยถูกคอและหลังรู้จักกันประมาณ 1 เดือน Neil Patel ได้ดีลสัญญาจ้างมูลค่า 500,000 เหรียญสหรัฐฯ จากชายผู้นั้น

ผลลัพธ์จากนาฬิกาหรู Patek Philippe ราคา 100,000 เหรียญ

 

Neil Patel ติดใจในผลลัพธ์จึงได้ขยับไปเป็น Patek Philippe ราคา 100,000 เหรียญ และต่อมาทำให้เขาได้รับความสนใจจาก เจ้าของธุรกิจบริษัทจัดการกองทุนมูลค่า 10,000 ล้านเหรียญ ซึ่งภายหลังก็ได้ตกลงเซ็นสัญญาจ้าง Neil Patel บริหารการตลาด มูลค่าสัญญา 1,200,000 เหรียญ!

นี่คือความจริงที่ปฏิเสธได้ยากว่า ผู้คนตัดสินคุณจากภายนอกก่อนเสมอ และการมีเครื่องใช้ราคาแพงเป็นเครื่องสะท้อนความสำเร็จเบื้องต้นได้เร็วกว่า ทำให้ผู้คนอยากเข้าหาและรู้จักคุณ แน่นอนว่าส่วนหนึ่งอยากรู้จักเพราะต้องการขอความช่วยเหลือเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จากคุณ แต่ก็จะมีส่วนหนึ่งที่จะผันไปเป็นลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาลแก่คุณ — Neil Patel แนะนำว่าหากคุณต้องการใช้นาฬิกาเป็นพร็อพในการแสดงฐานะ จงเลือกรุ่นที่ดูเรียบหรู

ซูเปอร์คาร์ให้ผลลัพธ์สูงสุด


จากการทดลองของ Neil Patel พบว่า ซูเปอร์คาร์มีอิทธิพลต่อมุมมองที่คนมีต่อคุณและให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจสูงสุด

Neil Patel เคยถ่ายรูปตัวเองนั่งในรถ Ferrari ของเพื่อน… ย้ำอีกครั้งว่าของเพื่อนนะครับ และโพสต์ลง Facebook ส่วนตัว ได้ Like จำนวนเกือบ 200 Likes ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับเขา เพราะฝรั่งไม่ค่อยเล่นและไม่ค่อย Engage กันบนหน้าเฟสบุ๊คสักเท่าไร แต่สิ่งที่ตามมาคือเขาได้รับความสนใจจากบริษัทรถหรู เพราะพวกเขาคิดว่า Neil Patel อาจจะเป็น Potential customer หรือ ว่าที่ลูกค้า ของพวกเขา

มีผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจรถหรูติดต่อมาหาเขาจำนวนหนึ่ง และหนึ่งในนั้นได้ผันเป็นผู้สนใจให้ Neil Patel เป็นที่ปรึกษาและบริหารการตลาดออนไลน์ให้ รวมไปถึงได้ค่านายหน้าจากยอดขายที่เกิดจากการตลาดของ Neil Patel อีกจำนวน 1,041,493 เหรียญฯ ต่างหาก

กรณีรถหรูไม่ได้เกิดกับเขาเพียงคนเดียว เพื่อนของเขาชื่อ Mike Kamo ถ่ายรูปตัวเองนั่งในรถ Lamborghini ก่อให้เกิด Facebook friend request จำนวน 107 คนภายในวันเดียว ซึ่งหลายคนเป็นนักธุรกิจที่สนใจอยากรู้จักและร่วมงานกับเขา ส่งผลให้เขาได้ดีลลูกค้าที่ปรึกษามาจำนวนหนึ่งจากการโพสต์รูปภาพตัวเองนั่งในรถ Lamborghini เพียงครั้งเดียว

อีกกรณี คือ Tim Sykes อาชีพสอนเล่นหุ้น โพสต์รูปตัวเองกับรถ Lamborghini ลงใน Instagram เป็นระยะ ๆ คู่กับการโพสต์รูปไลฟ์สไตล์แบบคนรวย ส่งผลให้สินค้าของเขาซื้อง่ายขายดี โดยเขาสามารถขายคอร์สเล่นหุ้นเป็นจำนวน 1,000,000 เหรียญอย่างง่ายดายจากการโพสต์รูปรถยนต์ดังกล่าว

สรุป

กรณีศึกษาที่คล้ายกัน ย้อนกลับไปประมาณปี 2557 ภาพดีเจภูมิกับรถ Lamborghini ที่ไวรัลไปทั่วประเทศในหลาย ๆ ประเด็นโดยหนึ่งในประเด็นที่ได้รับการพูดถึง คือ Gimmick นำเงิน 20 ล้านไปซือรถซูเปอร์คาร์จนเกือบหมดบัญชี เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ดีเจภูมิอยู่ในความสนใจเป็นเวลานาน ลงข่าว ออกสื่อ และมีงานเข้ามามากมาย

เมื่อเทียบกับการทดลองของ Neil Patel แล้วจึงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ครับว่า ภาพลักษณ์ภายนอกมีผลต่อการตัดสินที่ผู้อื่นมีต่อคุณ และหากบริหารให้ดี บริหารให้เป็น สิ่งเหล่านี้จะนำพาโอกาสดี ๆ เข้ามาในชีวิต ขอเพียงให้มีสติระลึกรู้อยู่เสมอว่าคุณทำไปเพื่ออะไร และที่สำคัญอย่าหลงใหลไปกับวัตถุจนสูญเสียความดีในใจตนครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.