JD.com ของ ริชาร์ด หลิว ได้เข้าลงทุน $44 ล้านดอลลาร์ ในร้านค้าปลีกออนไลน์ของเวียดนาม Tiki.vn ซึ่งเป็นเว็บไซต์ท้องถิ่นของเวียดนาม เพื่อรองรับแผนการขยายกิจการนอกประเทศจีน

โดยเป้าหมายในการลงทุนครั้งนี้เพื่อฝึกอบรมบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า และลงทุนเพื่อฝึกอบรมส่งเสริมบริการ TikiNow ซึ่งเป็นบริการคลิกเดียวจัดส่งเร็วที่สุดของ Tiki

ซึ่งเงินทุนที่ได้รับนี้จะช่วยให้ Tiki เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่อย่าง Shoppee เวียดนาม (ของ Sea – หรือการีน่า) และ Lazada เวียดนาม (ของคู่ปรับอย่าง Alibaba) ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เปิดตัวโปรโมชั่นที่น่าสนใจร่วมกับการจัดส่งฟรีให้กับลูกค้า โดยมุ่งเน้นแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดซึ่งกันและกัน

โดยก่อนหน้านี้ Tiki ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการหันไปจับมือกับ FWD Life Insurance บริษัทประกันชีวิต ซึ่งเป็นการดีลกันครั้งแรกในเวียดนามระหว่างบริษัทอีคอมเมิร์ซ กับบริษัทประกันชีวิต ซึ่งจะกลายเป็นช่องทางการขายใหม่ของบริษัทประกันในภาวะที่ตลาดเติบโตเร็วเช่นนี้

เมื่อได้เป็นหุ้นส่วนกัน FWD และ Tiki ก็จัดโปรโมชั่น เสนอผลิตภัณฑ์ประกันให้กับสมาชิกเว็บไซต์ของ Tiki ฟรี 100,000 ราย ซึ่งลูกค้าที่ได้รับนั้น จะได้รับความคุ้มครองจากความเสี่ยงในการเสียชีวิตทั้งจากอุบัติเหตุหรือจากการเจ็บป่วย โดยประกันอุบัติเหตุที่ซื้อผ่านทางออนไลน์จะมีความคุ้มครอง 3 เดือน และจ่ายชดเชยสูงสุด 300 ล้านดอง ($13,203 ดอลลาร์ หรือประมาณ 430,485 บาท)

Tiki ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2010 เป็นสตาร์ทอัพที่เริ่มต้นคล้าย Amazon.com คือ เริ่มต้นด้วยการจำหน่ายหนังสือ แต่เป็น ประเภท E-book และต่อมาก็เริ่มจำหน่ายสินค้าอื่น ๆ ด้วย เช่น โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, อุปกรณ์ดิจิตอล, เครื่องใช้ไฟฟ้าและของเล่น

ในปี 2016 VNG Corporation บริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของเวียดนาม ได้ลงทุนใน Tiki จำนวน 383 พันล้านดอง ($17.02 ล้านดอลลาร์) และเข้าถือหุ้นใน Tiki 38%

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่บริษัทสตาร์ทอัพของเวียดนามได้รับเงินลงทุนขนาดใหญ่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ MoMo ผู้ให้บริการรับชำระเงินของเวียดนาม ได้รับการระดมทุนจำนวน $28 ล้านดอลลาร์ จากกองทุน Standard Chartered ของอังกฤษ และจาก Goldman Sachs ของสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ บริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น และ CyberAgent Ventures ยังถือหุ้นรวมกัน 45% โดย ซูมิโตโม ถือหุ้น 30% และ CyberAgent Ventures ถือหุ้น 15%


และหากคุณชอบใน Content ที่ทาง CEO Blog ได้นำเสนอ ทาง CEO Blog ของเรานั้น ได้เปิดโปรเจค CEO Premium Content ซึ่งเป็น Content แบบพรีเมี่ยมด้านการค้าปลีกออนไลน์ ที่หาอ่านไม่ได้บน Blog ปกติของ CEO Blog โดยเปิดรับสมัครสมาชิกพรีเมี่ยมแล้ววันนี้

หากคุณไม่อยากพลาด Content ระดับ Premium สามารถลงทะเบียนเพื่อรับแจ้งข่าวสารได้ที่นี่ก่อนใคร รับรองได้เลยว่าเป็น Content ระดับพรีเมี่ยมในราคาที่คุ้มสุด ๆ อย่างแน่นอน >>> ลงทะเบียนรับข่าวสารที่นี่ก่อนใคร

ceo premium content

Resources:

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here