Home Marketing วิธีทำ Facebook Lead Ads แบบ Step by Step เก็บรายชื่อผู้มุ่งหวังไปเสนอขายสินค้าและบริการไม่รู้จบ

วิธีทำ Facebook Lead Ads แบบ Step by Step เก็บรายชื่อผู้มุ่งหวังไปเสนอขายสินค้าและบริการไม่รู้จบ

5830
1

หากกล่าวถึงความหมายของ Lead แล้วล่ะก็ จะเป็นสถานะของผู้คนที่อยู่ในกลุ่มผู้มุ่งหวัง ที่กำลังสนใจสินค้าหรือบริการนั้น ๆ อยู่ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ คนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะกลายมาเป็นลูกค้าได้สูงมากกว่ากลุ่มคนที่อยู่ในสถานะ Strangers (คนแปลกหน้า) หรือ Visitors(ผู้เยี่ยมชม)

หากเปรียบเทียบกับร้านค้าที่หน้ามีหน้าร้านปกติ กลุ่มของ Visitors หรือผู้เยี่ยมชมนั้นก็เปรียบเสมือนคนที่เดินเข้าร้านค้าแล้วก็ออกไปโดยไม่ได้ซื้อสินค้าใด ๆ แม้ว่าพวกเขาจะสนใจซื้อในภายหลัง แต่ทางเจ้าของร้านก็จำไม่ได้แล้วว่าใครเดินเข้าร้านบ้างและต่อให้จำได้ก็ไม่รู้จะติดต่อคน ๆ นั้นอย่างไรอยู่ดี

แต่ในขณะที่กลุ่มของ Lead ก็คือกลุ่มที่ได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มากกว่าการเดินชมสินค้า เช่น เป็นผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อสมัครเป็นสมาชิก, ผู้ที่กรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ ของทางแบรนด์ ซึ่งจุดประสงค์หลักของการสร้าง Lead ก็คือ การเก็บข้อมูลของผู้คนที่มีความสนใจในสินค้าหรือบริการ แต่อาจจะยังไม่ตัดสินใจซื้อ ณ ตอนนั้น ดังนั้น การมีข้อมูลติดต่อของผู้คน จะช่วยให้แบรนด์ สามารถติดต่อเพื่อแจ้งข่าวสาร หรือนำเสนอขายสินค้า ในภายภาคหน้าได้

Image credit : hubspot.com 

และเช่นเดียวกันกับในโลกออนไลน์ ที่มีผู้คนใช้งาน Facebook อยู่เป็นจำนวนมากก็จริง แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ใครกำลังดูและสนใจสินค้าหรือบริการของแบรนด์อยู่ ซึ่งปัญหาของการยิงโฆษณาแบบเพียงแค่ Boost Post เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งค่าเอาไว้ ก็อาจจะยังไม่เพียงพอ

เพราะผู้คนส่วนใหญ่ ทันทีที่เห็นโฆษณา พวกเขาก็ไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าตั้งแต่แรกพบ หรือแม้พวกเขาอาจจะเห็นโฆษณาหลายครั้งเพราะพวกเขาอาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่เราตั้งเอาไว้บนโฆษณา Facebook พอดี แต่ก็ไม่ได้สนใจโฆษณาของแบรนด์ ณ ขณะนั้น เพราะพวกเขาเองก็ยังไม่รู้จักแบรนด์และยังไม่ได้รับความน่าเชื่อถือที่มากพอ ซึ่งมันจะทำให้อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้านั้นต่ำลง แต่ในขณะที่การนำเสนอสินค้าหรือบริการของแบรนด์ผ่านรายชื่อในกลุ่ม Leads อาจส่งผลให้ประหยัดค่าโฆษณาบน Facebook ได้สูงถึง 50% เลยทีเดียว

ดังนั้น ความสำคัญของ Lead ก็คือ การสร้างฐานรายชื่อ “ผู้มุ่งหวัง” ที่มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของเราได้นั่นเอง โดยจะต้องมีกระบวนการในการยินยอมของผู้คนที่จะต้องแลกข้อมูลการติดต่อส่วนตัวให้กับทางเจ้าของแบรนด์ ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่มีข้อแลกเปลี่ยนที่ดีมากพอ พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะมอบข้อมูลการติดต่อส่วนตัวให้ทำไม

คำถามก็คือ “แล้วจะทำอย่างไรที่จะให้ผู้คนยอมแลกข้อมูลส่วนตัวเพื่อให้ทางแบรนด์นำเสนอสินค้าหรือบริการ?”

นั่นคือคำถามที่ทำให้เกิดกระบวนการที่ชื่อว่า Lead Generation ซึ่ง มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและยุ่งยากมากพอสมควรหากทำบนเว็บไซต์ จะต้องเข้าใจระบบและการตั้งค่าต่าง ๆ เป็นอย่างดี แต่ในขณะที่บน Facebook มีการใช้งานที่ดูเข้าใจและทำได้ง่ายกว่ามาก

Facebook Lead Ads คืออะไร?

Facebook Lead Ads คือกระบวนการการทำ Lead Generation โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมี Website, ระบบ Email Marketing และ Landing Page ที่มีกร่องให้กรอกข้อมูล โดย Facebook Lead Ads จะทำหน้าที่หลัก ๆ อยู่ 2 ส่วน ก็คือ

ส่วนที่ 1 แบบฟอร์มออนไลน์

จะทำหน้าที่แทนระบบ Email Marketing ที่คอยเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้มุ่งหวัง อาทิเช่น ชื่อ-สกุล, อีเมล, เบอร์โทร ฯลฯ โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่เพจของ Facebook ที่ทำการลงโฆษณาเอาไว้ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลออกมาเป็นไฟล์ CSV และ XLS เพื่อเปิดใน MS Excel หรือ Google Sheet ได้

ส่วนที่ 2 Landing Page

เมื่อคนที่กรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถ Redirect หรือส่งผู้คนไปยังหน้าเว็บไซต์ที่เราต้องการได้ และหากคุณได้ติดตั้ง Facebook Pixel เอาไว้ที่หน้าเว็บไซต์ของคุณ คุณก็สามารถนำข้อมูลนี้ไปทำ Facebook Re-targeting ได้อีกด้วย

แต่สิ่งที่ Facebook Lead Ads ไม่มีก็คือ ระบบตอบอีเมลกลับโดยอัตโนมัติ (Email Auto-responder) ดังนั้น หน้าที่ของคุณก็คือ การติดต่อตามข้อมูลที่ผู้บริโภคได้ลงทะเบียนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นทางอีเมล, โทรศัพท์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยรายชื่อกลุ่มคนเหล่านี้ จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการ Cold Call ที่คุณอาจจะคุ้นชินกับการโดนโทรขายประกัน ทั้ง ๆ ที่คุณไม่ได้ต้องการเลยสักกะนิด แต่ในขณะที่กลุ่มคนที่ลงทะเบียนเอาไว้ นั่นหมายถึง พวกเขารู้จักแบรนด์และสนใจสินค้าหรือบริการของแบรนด์อยู่เป็นทุนเดิมแล้ว จะเรียกว่าอนุญาตให้แบรนด์ติดต่อมาทางข้อมูลที่พวกเขาลงทะเบียนเอาไว้ได้นั่นเอง

<iframe width=”560″ height=”315″ src=”https://www.youtube.com/embed/pnKpDoXdufQ” frameborder=”0″ allowfullscreen></iframe>

วิธีการสร้าง Facebook Lead Ads


ขั้นตอนที่ 1

ไปที่ ตัวจัดการโฆษณา แล้วคลิกเลือก สร้างโฆษณา จะแสดงหน้าต่างตามรูป 2 จากนั้น ในส่วนของการกำหนดวัตถุประสงค์ทางการตลาด ให้เลือก “การสร้างลูกค้าเป้าหมาย” และให้ตั้งชื่อแคมเปญเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำแล้วกดปุ่ม “ดำเนินการต่อ”

ขั้นตอนที่ 2

กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้ในชุดโฆษณานี้

 

2.1 กำหนดชื่อชุดโฆษณา
2.2 เลือกแฟนเพจที่ต้องการสร้างโฆษณา
2.3 กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

  • สามารถใช้กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเองหรือ Custom Audience ที่เคยสร้างเอาไว้ได้
  • กำหนดประเทศตำแหน่งที่ตั้
  • กำหนดอายุ
  • กำหนดเพศ
  • กำหนดภาษา

2.4 กำหนดเป้าหมายแบบละเอียด

  • สามารถระบุความสนใจ, พฤติกรรม, ตำแหน่งงานหรือนายจ้าง ได้
  • การเชื่อมต่อ
  • สามารถกำหนดได้ว่าจะรวมหรือไม่รวมผู้ที่มากดไลค์เพจอยู่แล้ว-
  • ก็ได้สามารถกำหนดผู้ที่เคยหรือไม่เคยใช้แอพของคุณ
  • สามารถกำหนดผู้ที่เคยหรือไม่เคยเข้าร่วมงานกิจกรรมของคุณ

2.5 กำหนดตำแหน่งการจัดวาง

  • ฟีด Facebook (มือถือและเดสก์ท็อป)
  • คอลัมน์ด้านขวาของ Facebook
  • Instagram
  • Audience Network

2.6 กำหนดงบประมาณและกำหนดเวลา

  • กำหนดงบประมาณต่อวันหรือรวมทั้งแคมเปญ
  • กำหนดระยะเวลาที่ต้องการให้โฆษณาแสดงผล

2.7 การปรับการนำส่งโฆษณาให้เหมาะสม

สามารถกำหนดจำนวนเงินประมูลได้เอง ว่าต่อ Leads จะกำหนดเป็นเท่าไหร่ หากไม่ได้กำหนด ทาง Facebook จะกำหนดให้เองโดยอัตโนมัติตามความเหมาะสม

2.8 เมื่อกำหนดค่าต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม “ดำเนินการต่อ”

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรายละเอียดในภายชุดโฆษณา

3.1 กำหนดชื่อโฆษณา

3.2 เลือกเพจเฟสบุ๊คและบัญชีอินสตาแกรมที่ต้องการให้แสดงโฆษณา

3.3 เลือกรูปแบบการแสดงโฆษณา โดยสามารถเลือกเป็นภาพ/วีดีโอ หลายภาพหรือภาพเดียวก็ได้

3.4 อัพโหลดภาพหรือวีดีโอที่ต้องการให้แสดงในโฆษณา โดยขนาดของรูปภาพที่เหมาะสมคือ 1200 x 628 พิกเซล

3.5 กำหนดข้อความที่ต้องการให้ขึ้นแสดงในโฆษณา

  • ข้อความ : คือข้อความที่ขึ้นแสดงในโพสต์
  • ข้อความพาดพัว : คือ หัวข้อของลิงค์โฆษณา
  • คำอธิบายลิงก์ฟีดข่าว : คือ คำอธิบายใต้ลิงค์
  • การกระตุ้นให้ดำเนินการ สามารถเลือกข้อความในปุ่มได้ โดยมีให้เลือกดังนี้
  • สมัครเลย
  • ดาวน์โหลด
  • ขอทราบราคา
  • เรียนรู้เพิ่มเติม
  • ลงทะเบียน
  • สมัครรับข้อมูล

3.6 เลือกแบบฟอร์มลูกค้า ซึ่งในขั้นตอนนี้ หากคุณยังไม่เคยสร้างแบบฟอร์มมาก่อน จะต้องทำการ สร้างแบบฟอร์มขึ้นมาใหม่

ขั้นตอนที่ 4 สร้างแบบฟอร์ม

4.1 ตั้งชื่อแบบฟอร์ม

4.2 กำหนดเนื้อหาที่ต้องการให้แสดงขึ้นบนหน้ากรอกแบบฟอร์ม

หน้าจอต้อนรับ ให้ทำการใส่ข้อความอธิบายเพื่อให้ผู้มุ่งหวังได้อ่านก่อนทำการลงทะเบียน จากนั้นให้กำหนดรูปภาพ ข้อความย่อหน้าและข้อความในปุ่ม ตามรูป 4-2

รูปที่ 4-2

4.3 ในส่วนของคำถาม คุณสามารถกำหนดให้ผู้มุ่งหวังกรอกข้อมูลใดบ้าง เช่น อีเมล, ชื่อ-สกุล, เบอร์โทร เป็นต้น (ตามรูป 4-3)

รูปที่ 4-3

4.4 กำหนดนโยบายความเป็นส่วนตัว ตามรูป 4-4

รูปที่ 4-4

4.5 หน้าจอขอบคุณ สามารถระบุลิงค์เว็บไซต์ที่คุณต้องการให้ผู้มุ่งหวังที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ลิงค์ไปยังหน้าเว็บไซต์ของคุณได้ (รูปที่ 4-5) จากนั้นให้กดปุ่ม “เสร็จสิ้น” คุณก็จะได้แบบฟอร์มพร้อมใช้งานแล้ว

รูปที่ 4-5

เมื่อสร้างแบบฟอร์มเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เลือกแบบฟอร์มที่ต้องการใช้งาน จากนั้นให้กดปุ่มยืนยัน ซึ่งรอเวลาที่ทาง Facebook จะอนุมัติชุดโฆษณานี้ ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน

วิธีการตรวจสอบและดาวน์โหลดข้อมูลผู้ลงทะเบียนแบบฟอร์ม

ไปที่หน้าแฟนเพจที่คุณได้ลงโฆษณาเอาไว้ จากนั้นที่เมนูให้กดเลือก “เครื่องมือการเผยแพร่” จากนั้นในเมนูย่อยให้เลือก “ไลบราลีแบบฟอร์ม” ในช่องของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ให้คุณเลือก Download รายชื่อที่ต้องการได้ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ csv หรือ xls ก็ได้

ซึ่งรายชื่อผู้มุ่งหวังที่ลงทะเบียนมานี้ คุณก็สามารถนำไปต่อยอดเพื่อเข้าสู่กระบวนการปิดการขายต่อไป

 

สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ ผู้ก่อตั้ง Vcommerce ที่ปรึกษาด้านการตลาดและนักปั้นแบรนด์ให้ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางจำนวนมาก และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและบริหารผลไม้อบแห้งค้าส่งค้าปลีก Nana Fruit

เว็บไซต์ Vcommerce
เฟซบุ๊คเพจ Vommerce
บทสัมภาษณ์ Marketing Oops
บทสัมภาษณ์ Woody Talk
บทสัมภาษณ์ อายุน้อยร้อยล้าน


หากคุณติดตามเว็บไซต์ CEOblog เป็นประจำ ลองสัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การรับบทความ CEO ในรูปแบบวีดีโอ! กับโครงการ CEO Premium Content Membership ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้ หากคุณไม่อยากเป็นพลาดการเป็นสมาชิกรุ่นแรก ที่ได้รับส่วนลดสุดคุ้มกว่าใคร โปรดลงชื่อขอรับรายละเอียดจากเรา ที่นี่ครับ

1 COMMENT

  1. ได้ผลมั้ยค่ะ ปกติไม่เคยทำแบบนี้จะเลือกบูสโพสเอาค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here