วิธีทำ Facebook Lead Ads แบบ Step by Step เก็บรายชื่อผู้มุ่งหวังไปเสนอขายสินค้าและบริการไม่รู้จบ

1
6897

หากกล่าวถึงความหมายของ Lead แล้วล่ะก็ จะเป็นสถานะของผู้คนที่อยู่ในกลุ่มผู้มุ่งหวัง ที่กำลังสนใจสินค้าหรือบริการนั้น ๆ อยู่ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ คนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะกลายมาเป็นลูกค้าได้สูงมากกว่ากลุ่มคนที่อยู่ในสถานะ Strangers (คนแปลกหน้า) หรือ Visitors(ผู้เยี่ยมชม)

หากเปรียบเทียบกับร้านค้าที่หน้ามีหน้าร้านปกติ กลุ่มของ Visitors หรือผู้เยี่ยมชมนั้นก็เปรียบเสมือนคนที่เดินเข้าร้านค้าแล้วก็ออกไปโดยไม่ได้ซื้อสินค้าใด ๆ แม้ว่าพวกเขาจะสนใจซื้อในภายหลัง แต่ทางเจ้าของร้านก็จำไม่ได้แล้วว่าใครเดินเข้าร้านบ้างและต่อให้จำได้ก็ไม่รู้จะติดต่อคน ๆ นั้นอย่างไรอยู่ดี

แต่ในขณะที่กลุ่มของ Lead ก็คือกลุ่มที่ได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มากกว่าการเดินชมสินค้า เช่น เป็นผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อสมัครเป็นสมาชิก, ผู้ที่กรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ ของทางแบรนด์ ซึ่งจุดประสงค์หลักของการสร้าง Lead ก็คือ การเก็บข้อมูลของผู้คนที่มีความสนใจในสินค้าหรือบริการ แต่อาจจะยังไม่ตัดสินใจซื้อ ณ ตอนนั้น ดังนั้น การมีข้อมูลติดต่อของผู้คน จะช่วยให้แบรนด์ สามารถติดต่อเพื่อแจ้งข่าวสาร หรือนำเสนอขายสินค้า ในภายภาคหน้าได้

Image credit : hubspot.com 

และเช่นเดียวกันกับในโลกออนไลน์ ที่มีผู้คนใช้งาน Facebook อยู่เป็นจำนวนมากก็จริง แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ใครกำลังดูและสนใจสินค้าหรือบริการของแบรนด์อยู่ ซึ่งปัญหาของการยิงโฆษณาแบบเพียงแค่ Boost Post เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งค่าเอาไว้ ก็อาจจะยังไม่เพียงพอ

เพราะผู้คนส่วนใหญ่ ทันทีที่เห็นโฆษณา พวกเขาก็ไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าตั้งแต่แรกพบ หรือแม้พวกเขาอาจจะเห็นโฆษณาหลายครั้งเพราะพวกเขาอาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่เราตั้งเอาไว้บนโฆษณา Facebook พอดี แต่ก็ไม่ได้สนใจโฆษณาของแบรนด์ ณ ขณะนั้น เพราะพวกเขาเองก็ยังไม่รู้จักแบรนด์และยังไม่ได้รับความน่าเชื่อถือที่มากพอ ซึ่งมันจะทำให้อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้านั้นต่ำลง แต่ในขณะที่การนำเสนอสินค้าหรือบริการของแบรนด์ผ่านรายชื่อในกลุ่ม Leads อาจส่งผลให้ประหยัดค่าโฆษณาบน Facebook ได้สูงถึง 50% เลยทีเดียว

ดังนั้น ความสำคัญของ Lead ก็คือ การสร้างฐานรายชื่อ “ผู้มุ่งหวัง” ที่มีโอกาสกลายมาเป็นลูกค้าของเราได้นั่นเอง โดยจะต้องมีกระบวนการในการยินยอมของผู้คนที่จะต้องแลกข้อมูลการติดต่อส่วนตัวให้กับทางเจ้าของแบรนด์ ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่มีข้อแลกเปลี่ยนที่ดีมากพอ พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะมอบข้อมูลการติดต่อส่วนตัวให้ทำไม

คำถามก็คือ “แล้วจะทำอย่างไรที่จะให้ผู้คนยอมแลกข้อมูลส่วนตัวเพื่อให้ทางแบรนด์นำเสนอสินค้าหรือบริการ?”

นั่นคือคำถามที่ทำให้เกิดกระบวนการที่ชื่อว่า Lead Generation ซึ่ง มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและยุ่งยากมากพอสมควรหากทำบนเว็บไซต์ จะต้องเข้าใจระบบและการตั้งค่าต่าง ๆ เป็นอย่างดี แต่ในขณะที่บน Facebook มีการใช้งานที่ดูเข้าใจและทำได้ง่ายกว่ามาก

Facebook Lead Ads คืออะไร?

Facebook Lead Ads คือกระบวนการการทำ Lead Generation โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมี Website, ระบบ Email Marketing และ Landing Page ที่มีกร่องให้กรอกข้อมูล โดย Facebook Lead Ads จะทำหน้าที่หลัก ๆ อยู่ 2 ส่วน ก็คือ

ส่วนที่ 1 แบบฟอร์มออนไลน์

จะทำหน้าที่แทนระบบ Email Marketing ที่คอยเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้มุ่งหวัง อาทิเช่น ชื่อ-สกุล, อีเมล, เบอร์โทร ฯลฯ โดยข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่เพจของ Facebook ที่ทำการลงโฆษณาเอาไว้ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลออกมาเป็นไฟล์ CSV และ XLS เพื่อเปิดใน MS Excel หรือ Google Sheet ได้

ส่วนที่ 2 Landing Page

เมื่อคนที่กรอกข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถ Redirect หรือส่งผู้คนไปยังหน้าเว็บไซต์ที่เราต้องการได้ และหากคุณได้ติดตั้ง Facebook Pixel เอาไว้ที่หน้าเว็บไซต์ของคุณ คุณก็สามารถนำข้อมูลนี้ไปทำ Facebook Re-targeting ได้อีกด้วย

แต่สิ่งที่ Facebook Lead Ads ไม่มีก็คือ ระบบตอบอีเมลกลับโดยอัตโนมัติ (Email Auto-responder) ดังนั้น หน้าที่ของคุณก็คือ การติดต่อตามข้อมูลที่ผู้บริโภคได้ลงทะเบียนเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นทางอีเมล, โทรศัพท์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยรายชื่อกลุ่มคนเหล่านี้ จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการ Cold Call ที่คุณอาจจะคุ้นชินกับการโดนโทรขายประกัน ทั้ง ๆ ที่คุณไม่ได้ต้องการเลยสักกะนิด แต่ในขณะที่กลุ่มคนที่ลงทะเบียนเอาไว้ นั่นหมายถึง พวกเขารู้จักแบรนด์และสนใจสินค้าหรือบริการของแบรนด์อยู่เป็นทุนเดิมแล้ว จะเรียกว่าอนุญาตให้แบรนด์ติดต่อมาทางข้อมูลที่พวกเขาลงทะเบียนเอาไว้ได้นั่นเอง

<iframe width=”560″ height=”315″ src=”https://www.youtube.com/embed/pnKpDoXdufQ” frameborder=”0″ allowfullscreen></iframe>

วิธีการสร้าง Facebook Lead Ads


ขั้นตอนที่ 1

ไปที่ ตัวจัดการโฆษณา แล้วคลิกเลือก สร้างโฆษณา จะแสดงหน้าต่างตามรูป 2 จากนั้น ในส่วนของการกำหนดวัตถุประสงค์ทางการตลาด ให้เลือก “การสร้างลูกค้าเป้าหมาย” และให้ตั้งชื่อแคมเปญเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำแล้วกดปุ่ม “ดำเนินการต่อ”

ขั้นตอนที่ 2

กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการใช้ในชุดโฆษณานี้

 

2.1 กำหนดชื่อชุดโฆษณา
2.2 เลือกแฟนเพจที่ต้องการสร้างโฆษณา
2.3 กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

  • สามารถใช้กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเองหรือ Custom Audience ที่เคยสร้างเอาไว้ได้
  • กำหนดประเทศตำแหน่งที่ตั้
  • กำหนดอายุ
  • กำหนดเพศ
  • กำหนดภาษา

2.4 กำหนดเป้าหมายแบบละเอียด

  • สามารถระบุความสนใจ, พฤติกรรม, ตำแหน่งงานหรือนายจ้าง ได้
  • การเชื่อมต่อ
  • สามารถกำหนดได้ว่าจะรวมหรือไม่รวมผู้ที่มากดไลค์เพจอยู่แล้ว-
  • ก็ได้สามารถกำหนดผู้ที่เคยหรือไม่เคยใช้แอพของคุณ
  • สามารถกำหนดผู้ที่เคยหรือไม่เคยเข้าร่วมงานกิจกรรมของคุณ

2.5 กำหนดตำแหน่งการจัดวาง

  • ฟีด Facebook (มือถือและเดสก์ท็อป)
  • คอลัมน์ด้านขวาของ Facebook
  • Instagram
  • Audience Network

2.6 กำหนดงบประมาณและกำหนดเวลา

  • กำหนดงบประมาณต่อวันหรือรวมทั้งแคมเปญ
  • กำหนดระยะเวลาที่ต้องการให้โฆษณาแสดงผล

2.7 การปรับการนำส่งโฆษณาให้เหมาะสม

สามารถกำหนดจำนวนเงินประมูลได้เอง ว่าต่อ Leads จะกำหนดเป็นเท่าไหร่ หากไม่ได้กำหนด ทาง Facebook จะกำหนดให้เองโดยอัตโนมัติตามความเหมาะสม

2.8 เมื่อกำหนดค่าต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม “ดำเนินการต่อ”

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดรายละเอียดในภายชุดโฆษณา

3.1 กำหนดชื่อโฆษณา

3.2 เลือกเพจเฟสบุ๊คและบัญชีอินสตาแกรมที่ต้องการให้แสดงโฆษณา

3.3 เลือกรูปแบบการแสดงโฆษณา โดยสามารถเลือกเป็นภาพ/วีดีโอ หลายภาพหรือภาพเดียวก็ได้

3.4 อัพโหลดภาพหรือวีดีโอที่ต้องการให้แสดงในโฆษณา โดยขนาดของรูปภาพที่เหมาะสมคือ 1200 x 628 พิกเซล

3.5 กำหนดข้อความที่ต้องการให้ขึ้นแสดงในโฆษณา

  • ข้อความ : คือข้อความที่ขึ้นแสดงในโพสต์
  • ข้อความพาดพัว : คือ หัวข้อของลิงค์โฆษณา
  • คำอธิบายลิงก์ฟีดข่าว : คือ คำอธิบายใต้ลิงค์
  • การกระตุ้นให้ดำเนินการ สามารถเลือกข้อความในปุ่มได้ โดยมีให้เลือกดังนี้
  • สมัครเลย
  • ดาวน์โหลด
  • ขอทราบราคา
  • เรียนรู้เพิ่มเติม
  • ลงทะเบียน
  • สมัครรับข้อมูล

3.6 เลือกแบบฟอร์มลูกค้า ซึ่งในขั้นตอนนี้ หากคุณยังไม่เคยสร้างแบบฟอร์มมาก่อน จะต้องทำการ สร้างแบบฟอร์มขึ้นมาใหม่

ขั้นตอนที่ 4 สร้างแบบฟอร์ม

4.1 ตั้งชื่อแบบฟอร์ม

4.2 กำหนดเนื้อหาที่ต้องการให้แสดงขึ้นบนหน้ากรอกแบบฟอร์ม

หน้าจอต้อนรับ ให้ทำการใส่ข้อความอธิบายเพื่อให้ผู้มุ่งหวังได้อ่านก่อนทำการลงทะเบียน จากนั้นให้กำหนดรูปภาพ ข้อความย่อหน้าและข้อความในปุ่ม ตามรูป 4-2

รูปที่ 4-2

4.3 ในส่วนของคำถาม คุณสามารถกำหนดให้ผู้มุ่งหวังกรอกข้อมูลใดบ้าง เช่น อีเมล, ชื่อ-สกุล, เบอร์โทร เป็นต้น (ตามรูป 4-3)

รูปที่ 4-3

4.4 กำหนดนโยบายความเป็นส่วนตัว ตามรูป 4-4

รูปที่ 4-4

4.5 หน้าจอขอบคุณ สามารถระบุลิงค์เว็บไซต์ที่คุณต้องการให้ผู้มุ่งหวังที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ลิงค์ไปยังหน้าเว็บไซต์ของคุณได้ (รูปที่ 4-5) จากนั้นให้กดปุ่ม “เสร็จสิ้น” คุณก็จะได้แบบฟอร์มพร้อมใช้งานแล้ว

รูปที่ 4-5

เมื่อสร้างแบบฟอร์มเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เลือกแบบฟอร์มที่ต้องการใช้งาน จากนั้นให้กดปุ่มยืนยัน ซึ่งรอเวลาที่ทาง Facebook จะอนุมัติชุดโฆษณานี้ ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน

วิธีการตรวจสอบและดาวน์โหลดข้อมูลผู้ลงทะเบียนแบบฟอร์ม

ไปที่หน้าแฟนเพจที่คุณได้ลงโฆษณาเอาไว้ จากนั้นที่เมนูให้กดเลือก “เครื่องมือการเผยแพร่” จากนั้นในเมนูย่อยให้เลือก “ไลบราลีแบบฟอร์ม” ในช่องของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ให้คุณเลือก Download รายชื่อที่ต้องการได้ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ csv หรือ xls ก็ได้

ซึ่งรายชื่อผู้มุ่งหวังที่ลงทะเบียนมานี้ คุณก็สามารถนำไปต่อยอดเพื่อเข้าสู่กระบวนการปิดการขายต่อไป

 

สืบศักดิ์ ลิ่วลักษณ์ ผู้ก่อตั้ง Vcommerce ที่ปรึกษาด้านการตลาดและนักปั้นแบรนด์ให้ธุรกิจอาหารเสริมและเครื่องสำอางจำนวนมาก และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและบริหารผลไม้อบแห้งค้าส่งค้าปลีก Nana Fruit

เว็บไซต์ Vcommerce
เฟซบุ๊คเพจ Vommerce
บทสัมภาษณ์ Marketing Oops
บทสัมภาษณ์ Woody Talk
บทสัมภาษณ์ อายุน้อยร้อยล้าน

1 COMMENT

  1. ได้ผลมั้ยค่ะ ปกติไม่เคยทำแบบนี้จะเลือกบูสโพสเอาค่ะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.