Home News Business Bluegogo สตาร์ทอัพ Bike Sharing มูลค่า $140 ล้านเหรียญ ของจีน ปิดตัวลงแล้ว จากปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

Bluegogo สตาร์ทอัพ Bike Sharing มูลค่า $140 ล้านเหรียญ ของจีน ปิดตัวลงแล้ว จากปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

3740
0

สถานการณ์ของบริษัทสตาร์ทอัพในวงการ Bike Sharing ไม่สู้ดีนัก ล่าสุด Bluegogo ถือเป็นสตาร์ทอัพรายล่าสุดที่ต้องปิดตัวลง จากปัญหาภายในและการขาดสภาพคล่อง โดย Bluegogo ดำเนินธุรกิจให้เช่าจักรยานในประเทศจีน และข้ามฟากไปให้บริการถึง ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่าบริษัทสูงถึง $140 ล้านดอลลาร์ และเริ่มส่งสัญญาณไม่ค่อยดีนักตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากเริ่มชำระเงินเดือนให้กับพนักงานล่าช้า และในที่สุดก็ต้องปิดตัวลงพร้อมกับปัญหาทางด้านการเงิน

ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งเกิดมาจาก Li Gang CEO ของ Bluegogo ได้ดำเนินการเป็น CEO ทั้งสองบริษัทคือ SpeedX ที่เป็นบริษัทคิดค้นพัฒนาจักรยานรุ่นใหม่ที่มีความเร็วสูง ซึ่งในเบื้องต้น Li Gang มองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับธุรกิจ Bike Sharing ว่าอาจจะช่วยส่งเสริมให้เขามีเวลามาพอในการพัฒนา SpeedX

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดการเช่าจักรยานในจีนกลับกลายเป็นทะเลแดง เนื่องจากใครก็สามารถเข้ามาแข่งขันได้ ในขณะที่ Bluegogo ไม่สามารถชิงส่วนแบ่งและขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ได้ ทำให้ทุกอย่างผิดที่ผิดทาง ผิดคาดไปหมด Bluegogo ไปลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ในการจัดทำออฟฟิศ และผิดนัดชำระค้างจ่ายค่าอสังหาริมทรัพย์กว่า 200 ล้านหยวน และมีหนี้อีกเกือบ 200 ล้านหยวนกับซัพพลายเออร์มากกว่า 70 ราย และยังค้างจ่ายเงินเดือนพนักงานอีกเป็นจำนวนมาก จนพนักงานต่างพากันลาออกไปในที่สุด

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Bluegogo ได้รับเงินลงทุนใน Series A 400 ล้านหยวน และได้รับเงินทุนใน Series B อีก 1,000 ล้านหยวน แต่หลังจากนั้น Bluegogo ก็ไม่เคยแถลงสถานการณ์การเงินของบริษัทอีกเลย

หลังจากนี้ Bluegogo จะถูกควบรวมกิจการกับ Green Bike-Transit โดย Green Bike-Transit จะเข้ามาครอบครองสิทธิ์ในทุกอย่างของ Bluegogo

Li Gang CEO ของ Bluegogo ยังกล่าว่า เขาจะพยายามหาเงินมาจ่ายคืนให้ครบทุกคน ทั้งซัพพลายเออร์ ทั้งพนักงาน และประชาชนที่จ่ายเงินมัดจำไว้ในระบบล่วงหน้า

Bluegogo ถือเป็นบริษัท Bike Sharing ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ในจีน แต่ส่วนแบ่งการตลาดกว่า 95% เป็นของ Ofo และ mobike ตลาดนี้จึงแข่งขันกันสูงแต่ได้ผลกำไรต่ำเพราะเหลือพื้นที่ในตลาดเพียง 5% สำหรับคู่แข่งรายใหม่ ๆ ที่มีกว่า 10 ราย  

ภายในปีนี้มีบริษัท Bike Sharing ของจีน ปิดตัวไปแล้วกว่า 6 บริษัท ในช่วงเวลาเพียง 5 เดือนเท่านั้น ซึ่งจำนวนนี้ก็รวมไปถึง Coolqi บริษัทอันดับ 5 ที่มีมูลค่ากว่า $100 ล้านดอลลาร์ด้วย โดยตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงขายกิจการให้กับบริษัทในธุรกิจเดียวกัน

ปัจจัยของธุรกิจ Bike Sharing คืออะไร?

ธุรกิจ Bike Sharing คือการนำจักรยานมาให้คนทั่วไปเช่า โดยไม่ต้องมีจุดจอดจักรยานตายตัว ผู้ใช้สามารถค้นหาจักรยานได้จากแอปพลิเคชั่น เมื่อพบแล้วก็ทำการจ่ายเงินผ่านแอปฯ แล้วสามารถขี่ไปได้เลย เมื่อถึงปลายทางก็จอดไว้ คนต่อไปก็จะนำจักรยานไปใช้งานที่อื่นต่อ ซึ่งหากต้องการมีจำนวนจักรยานให้บริการมาก ๆ ก็ต้องลงทุนผลิตจักรยานจำนวนมาก แม้จะมีการเก็บเงินมัดจำจากลูกค้ามาจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับสภาพคล่อง และไม่เพียงพอที่จะจ่ายค่าการผลิตจักรยานหรือค่าใช้จ่ายจ้างพนักงาน

Bike Sharing เป็นธุรกิจที่ใคร ๆ ก็ทำได้ นั่นคือ Barrier of Entry ต่ำมาก หากไม่สามารถครอบครองตลาดได้ ก็จะได้ส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และนั่นจะทำให้บริษัทขาดสภาพคล่องอย่างแน่นอน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายจิปาถะเยอะมาก

โดยนักวิเคราะห์ร่ายยาวถึงเหตุแห่งการล่มสลายของ StartUp เหล่านี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

  1. การลงทุนจากนักลงทุนในธุรกิจนี้ลดน้อยลงอย่างมาก สำหรับบริษัที่มีส่วนแบ่งการตลาดน้อย นักลงทุนจะไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว และหยุดให้การสนับสนุน
  2. แผนการทำกำไรที่ไม่ชัดเจน แต่ละบริษัทใช้เงินลงทุนในการก่อตั้งจำนวนมาก ในขณะที่แผนการเก็บค่าเช่า และเงินมัดจำ ก็ไม่สามารถครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายได้ และยังห่างไกลกับคำว่ากำไร
  3. การแข่งขันที่ดุเดือด เนื่องจาก Mobike และ Ofo ครองส่วนแบ่งไปแล้วกว่า 95% ทำให้เหลือเพียง 5% เท่านั้น ที่บริษัทที่เหลือต้องแย่งชิงกัน ซึ่งนักลงทุนก็จะมองว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
  4. ตลาดใกล้เข้าสู่จุดอิ่มตัว  มีรายงานว่า ใน 14 เมืองใหญ่ของจีนได้หยุดการเพิ่มจำนวนของจักรยานให้เช่าแล้ว ซึ่งแปลว่าจำนวนจักรยานกำลังจะล้นตลาด ก็กลายเป็นงานยากสำหรับผู้ที่จะเข้ามาใหม่
  5. การควบรวมกิจการที่ไม่เป็นผล เมื่อตลาดอิ่มตัว และมีหลายบริษัทที่ต้องปิดตัวลง การควบรวมกิจการเป็นทางออกอย่างหนึ่ง แต่ที่สุดแล้ว หากนักลงทุนไม่ลงทุนเพิ่ม และส่วนแบ่งการตลาดยังน้อย บริษัทที่ควบรวมมาก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้เช่นกัน

ธุรกิจ Bike Sharing ยังไปได้อีกไกล

แม้จะมีบริษัทที่ปิดตัวลงไปหลายบริษัทก็ตาม แต่ธุรกิจนี้ยังมีอนาคตและยังไปได้อีกไกล เพียงแต่ไม่ใช่สนามของมือใหม่ หรือมือทดลองอีกต่อไปแล้ว และผู้ที่เหลือรอดได้ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น

จากจำนวนประชากรจีน ที่นิยมใช้จักรยานเป็นหลัก และได้ถูก Mobike และ Ofo เปลี่ยนพฤติกรรมจากการครอบครองจักรยานเป็นการเช่าเพื่อการเดินทางเท่านั้น ซึ่งมีจำนวนมหาศาลหลายร้อยล้านคน และสามารถใช้โมเดลนี้ทำซ้ำได้อีกทั่วโลก และด้วยโมเดลนี้จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมยานยนต์อีกด้วย

ติดตามอ่านเรื่องราวของ Mobike และ Ofo จักรยาน ที่จะพลิกโลกการเดินทาง ได้ใน CEO BLOG เร็ว ๆ นี้


และหากคุณชอบใน Content ที่ทาง CEO Blog ได้นำเสนอ ทาง CEO Blog ของเรานั้น ได้เปิดโปรเจค CEO Premium Content ซึ่งเป็น Content แบบพรีเมี่ยมด้านการค้าปลีกออนไลน์ ที่หาอ่านไม่ได้บน Blog ปกติของ CEO Blog โดยเปิดรับสมัครสมาชิกพรีเมี่ยมแล้ววันนี้

หากคุณไม่อยากพลาด Content ระดับ Premium สามารถลงทะเบียนเพื่อรับแจ้งข่าวสารได้ที่นี่ก่อนใคร รับรองได้เลยว่าเป็น Content ระดับพรีเมี่ยมในราคาที่คุ้มสุด ๆ อย่างแน่นอน >>> ลงทะเบียนรับข่าวสารที่นี่ก่อนใคร

ceo premium content

Resources:


หากคุณติดตามเว็บไซต์ CEOblog เป็นประจำ ลองสัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การรับบทความ CEO ในรูปแบบวีดีโอ! กับโครงการ CEO Premium Content Membership ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้ หากคุณไม่อยากเป็นพลาดการเป็นสมาชิกรุ่นแรก ที่ได้รับส่วนลดสุดคุ้มกว่าใคร โปรดลงชื่อขอรับรายละเอียดจากเรา ที่นี่ครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here