ในทางการแพทย์มักแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรนอนหลับระหว่าง 7-9 ชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานของร่างกายและสมอง การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อสุขภาพทั้งหมดของร่างกาย กระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน

อย่างไรก็ดี เรามักได้ยินเรื่องเล่าจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จว่าพวกเขานอนน้อยกว่าคนธรรมดา การนอนน้อยช่วยให้เขาจำนวนชั่วโมงทำงานที่มากขึ้น ในขณะที่คนอื่นหลับพวกเขาตื่นเพื่อทำภารกิจและนั่นคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จสูงกว่า… จริงหรือไม่?

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร Dave Schools ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Entrepreneur’s Handbook ได้นำข้อมูลการนอนหลับของนักธุรกิจมาวิเคราะห์และพบพฤติกรรมการนอนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทและเขาได้นำมาเผยแพร่ผ่านสื่อ Inc.com ดังนี้

1. The Sleepless Elite กลุ่มผู้มียีนส์พิเศษ

The Sleepless Elite เป็นคำเรียกที่มาจากสื่อ Wall Street Journal ใช้เรียก กลุ่มนักธุรกิจและผู้นำที่ขึ้นชื่อว่า ‘นอนน้อย ทำงานเยอะ’ จนประสบความสำเร็จอย่างสูงเพราะมีชั่วโมงทำงานที่นานกว่าคนอื่น

The Sleepless Elite ส่วนมากนอนเพียงวันละ 4 ชั่วโมง และมีชั่วโมงการคิดงานและทำงานยาวนานต่อเนื่องระหว่าง 15-20 ชั่วโมง สิ่งที่น่าแปลกคือ เพราะเหตุใดระบบประสาท สมอง และการตอบสนองของร่างกายจึงไม่ได้รับผลกระทบ เพราะโดยปกติคนทั่วไปหากพักผ่อนน้อยติดต่อกันเพียง 1-2 วันก็จะเริ่มสูญเสียศักยภาพในการควบคุมร่างการและสมองของตน

นักวิทศาสตร์จากสถาบัน Center for Applied Genomics เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา ศึกษาและพบว่าในร่างกายของมนุษย์บางคนมียีนส์กลายพันธ์ที่ต่างจากคนส่วนใหญ่ ยิีนส์ชุดนี้ช่วยให้เจ้าของร่างกายสามารถ ดำเนินชีวิตหรือปฏิบัติภารกิจด้วยจำนวนชั่วโมงที่นานกว่าโดยต้องการการนอนหลับที่น้อยกว่า และมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพร่างกายและสมองน้อยกว่า

ทำให้นักวิทยาศาสตร์สรุปได้ว่า ระยะเวลาในการนอนหลับของแต่ละคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ทางสังคม แต่ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ทาง ชีววิทยา ของร่างกายแต่ละคน และพวกเขาเรียกว่า Thatcher Gene ซึ่งจะปรากฏอยู่เพียง 1-3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลก และที่สำคัญคือยังไม่รู้สาเหตุของการกลายพันธ์ชนิดนี้

กลุ่มคนที่เข้าข่ายเป็น The Sleepless Elite ได้แก่ Donald Trump ผู้นอนเพียงวันละ 3-4 ชั่วโมงมาเป็นหลายสิบปี แม้ปัจจุบันอายุ 71 ปีแล้ว แต่เขายังคงมีพลังมหาศาลในการทำงานระดับประเทศภายใต้ชั่วโมงการนอนอันน้อยนิดดังกล่าว

ต่อมาคือ Angela Ahrendts ผู้บริหารฝ่ายค้าปลีกของแบรนด์ Apple ผู้นอนน้อยและตื่นตีสี่ครึ่งทุกวัน เธอบอกว่าหากนอนมากกว่า 6 ชั่วโมง เธอจะปวดหัวและไม่สบาย

Sergio Marchionne, CEO แห่ง Chrysler Fiat ตื่นนอนเวลา 3.30 น. เช้ามืด และ Indra Nooyi CEO แห่ง PepsiCo เคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับกะกลางคืนในขณะที่กลางวันไปเรียนหนังสือ ปัจจุบันเขายังคงนอนวันละ 4 ชั่วโมง

2. The Driven Ascetics กลุ่มคนธรรมดาที่เคร่งครัดวินัยชีวิต

กลุ่มนี้มีโอกาสพบมากในนักธุรกิจ ผู้นำวงการ และนักบริหารที่ให้ความสำคัญกับเวลา และต้องการจะบาลานซ์ การทำงานและการดูแลสุขภาพเพื่อให้สามารถทำงานได้มากขึ้นโดยการนอนที่น้อยลงเพราะได้ความแข็งแรงของร่างกายและสุขภาพมาพยุงไว้ กลุ่มนี้จึงมักหาโอกาสออกกำลังกายและนั่งสมาธิสม่ำเสมอ และนอนเพียง 6 ชั่วโมง

หนึ่งในนั้นคือบุคคลที่เรารู้จักกันดี Elon Musk, ผู้ร่วมก่อตั้ง SpaceX และ Tesla โดยคนที่เคยศึกษาประวัติ Elon Musk พบว่าหากเขานอนน้อยเกินไปก็จะสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน ความจำ กำลังสมอง ฯลฯ เช่นเดียวกับคนทั่วไป กล่าวคือ Elon Musk ไม่มียีนส์กลายพันธ์หรือ Thatcher Gene นั่นเอง อย่างไรก็ดี เขามีความหลงใหลในการทำงานมากและจะฝึกนอนเพียงวันละ 6 ชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้น

ต่อมาคือ Jack Dorsey, ผู้ร่วมก่อตั้ง และ CEO ของ Twitter เขานอนหลับวันละ 5 ชั่วโมงโดยรักษาวินัยอย่างเคร่งครัด คือ เข้านอน 5 ทุ่มและตื่นตี 5 เพื่อนั่งสมาธิ 30 นาที และออกกำลังกายอีก 30 นาที

อีกคนคือ Dwayne Johnson หรือ The Rock นอนประมาณ 6 ชั่วโมง ตื่นตี 4 เพื่อออกกำลัง เขารักษาวินัยดีมากถึงขั้นสร้างเป็นแอปพลิเคชั่น The Rock Clock

3. The Successful Sleepers กลุ่มคนธรรมดาใช้ชีวิตปกติ

กลุ่มสุดท้ายเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม ได้แก่ กลุ่มคนที่นอนหลับ 7-9 ชั่วโมงตามที่แพทย์แนะนำ มีเวลาในแต่ละวันเทียบเท่าคนทั่วไปแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในระดับสูงได้เช่นกัน อาทิ

Mark Zuckerberg ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook หนุ่มน้อยผู้มีทรัพย์สินสุทธิถึง 64,000 หมื่นกว่าล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยวัยเพียง 33 ปี (คำนวณในเดือน เมษายน 2018) นอนหลับเฉลี่ยเท่า ๆ กับคนทั่วไปและมักตื่นในเวลา 8 โมงเช้า หากวันไหนเขาต้องทำงานดึกเขาก็จะเลื่อนเวลาตื่นสายขึ้นมาอีก

ต่อมาคือ Jeff Bezos ผู้ร่วมก่อตั้ง Amazon ผู้ชายที่รวยที่สุดในโลกประจำปี 2018 นอนหลับวันละ 8 ชั่วโมงและมักใช้เวลาในช่วงเช้าไปกับการทำกิจกรรมส่วนตัวกับครอบครัว เช่น รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน พูดคุยอย่างผ่อนคลายกับลูก ๆ ก่อนไปทำงาน โดยเขาบอกว่าการนอนหลับครบ 8 ชั่วโมงเต็มช่วยให้เขามีสุขภาพดีและมีพลังในการทำงานไปตลอดวัน

เช่นเดียวกับ Bill Gates แห่ง Microsoft แชมป์เก่าคนรวยอันดับ 1 ของโลกก็ยอมรับว่าต้องการการนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่กังวลว่าการนอนหลับนานกว่าจะทำให้เขาเสียโอกาสในการทำงานและใช้ชีวิต

สรุป

วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ในเบื้องต้นแล้วว่าพฤติกรรมการนอนหลับในแต่ละคนไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อาจมี Thatcher Gene ย่อมสามารถนอนน้อยโดยไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยธรรมชาติ ดังนั้นแต่ละคนต้องสังเกตุตนเองและให้ความสำคัญกับการนอนหลับมากน้อยแค่ไหนจึงจะไม่ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตของตนในเวลาทำงาน มากกว่าที่จะพยายามฝืนตนเองให้นอนน้อยเพื่อเลียนแบบคนสำเร็จบางคน (ซึ่งเขาทำได้เพราะปัจจัยทางธรรมชาติบางอย่าง)

1 COMMENT

  1. […] ในทางการแพทย์มักแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรนอนหลับระหว่าง 7-9 ชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานของร่างกายและสมอง การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อสุขภาพทั้งหมดของร่างกาย กระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน Read More […]

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.