โจทย์ยอดนิยมของคนอยากเริ่มทำธุรกิจคือ ‘ขายอะไรดี?’ แต่ขายอะไรดีก็ยังไม่ยากเท่าการเอาไอเดียธุรกิจ สินค้า และบริการที่คุณคิดได้แล้วไปเปิดตลาด ขายต่อแก่ นายทุน และว่าที่ลูกค้า ให้ยินดีลงทุนหรือซื้อสินค้าจากคุณ

จุดนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะกลยุทธ์ทางการตลาดที่เฉียบคม จะทำให้คุณได้รับผลตอบแทนมหาศาล และคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน คุณสามารถเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้จากเรื่องราวและประสบการณ์ตรงของ Sabri Suby  ผู้บริหารบริษัทดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง King Kong  ที่เริ่มธุรกิจจากศูนย์ด้วยคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวภายในห้องนอนตัวเอง แล้วพัฒนาธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งจนมีรายได้สะสมถึง 4 ล้านเหรียญ ภายใน 2 ปี

King Kong ในที่นี้คืออะไร?

King Kong เป็นบริษัทการตลาดผ่านสื่อดิจิตอล มีบริการได้แก่ SEO, PPC, Facebook Ads, Instagram Ads YouTube ฯลฯ เป็นต้น King Kong ทำทุกอย่างเพื่อความเติบโตทางการค้า การเป็นผู้นำ และการขาย และยึดมั่นช่องทางที่ทำให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนใช้บริการของเขาให้คุ้มค่ามากที่สุด

กลุ่มเป้าหมายคือใคร?

กลุ่มเป้าหมายของ King Kong คือ ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเฉพาะทางต่าง ๆ ที่ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าสูง และมีมูลค่า Customer Life-Time Value มากกว่า 3,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคน หรือกล่าวโดยสรุปคือ ธุรกิจที่มียอดขายมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี มีทุน มีทีมงาน มีทีมขาย และต้องการขยายธุรกิจของตนอย่างจริงจัง

Sabri Suby เริ่มต้นธุรกิจอย่างไร?

หลังจากตัดสินใจดรอปเรียนมหาวิทยาลัย Suby ได้เดินหน้าทำธุรกิจหลายอย่างโดยอาศัยดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งเป็นเครื่องมือหลักในการทำการค้าอย่างจริงจัง ภายในเวลาไม่กี่ปีเขาก็รู้กลยุทธ์ที่เปลี่ยนผลตอบแทนจาก 10 เหรียญ ไปเป็น 50 เหรียญ และไปเป็น 200 เหรียญ จากทุก ๆ 1 เหรียญที่ลงทุนไปกับการตลาด

ในขณะที่บริษัทผู้ให้บริการด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งส่วนมากสนใจเรื่องจำพวก Impression (จำนวนครั้งที่ถูกมองเห็น) ค่า Click Through Rate หรือ CTR  (อัตราการคลิกผ่าน) และ Social Reach (จำนวนการเข้าถึง) และบริการเหล่านี้มีราคาสูงจนน่าตกใจ อาทิ แพ็กเกจละ 10,000 เหรียญ โดยไม่มีการรับประกันการวัดผลและการพยากรณ์ผลตอบแทน หรือ Return on Investment หรือ ROI แก่เม็ดเงินที่ลงทุนไปที่เชื่อถือได้แก่ลูกค้า

ด้วยเหตุนี้ Suby จึงอยากให้ความสำคัญกับ ROI และการพยากรณ์ผลตอบแทนจากเงินที่ลงในกลยุทธ์การตลาดต่าง ๆ ของลูกค้า เขามองเห็นช่องว่างของปัญหานี้ จึงตัดสินใจเริ่มธุรกิจภายในห้องนอนที่มีเพียงคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง โดยเริ่มโทรศัพท์ไปเสนองานและได้ลูกค้ารายแรกภายในไม่กี่วัน

วิธีพัฒนาตัวเองด้าน ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ของ Suby

Suby เรียนรู้จากนักการตลาดแนวหน้า อาทิ David Ogilvy และ Eugene Schwartz บุคคลเหล่านี้ประสบผลลัพธ์จากการทำ Content marketing ก่อนที่วงการของเราจะรู้จักคำว่า Content marketing ด้วยซ้ำไป เพียงเข้า Google แล้วหาคำว่า Guinness Guide to Oysters by David Ogilvy แล้วคุณจะพบบทความมากมายเล่าถึงการตลาดอันแยบยลของเขา

นอกจากนั้น Suby ยังเรียนรู้หลักการตลาดผ่านบทความมากมายบนอินเตอร์เน็ต อาทิ Growth Hackers รวมไปถึงศึกษาการทำการตลาดออนไลน์ของเว็บไซต์ธุรกิจใหญ่ ๆ อาทิ Grammarly ที่เขามักยกให้เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่หากค้นหาเรื่อง Grammar (ไวยกรณ์) ยังไงก็ต้องเจอเว็บไซต์นี้

ความยากของการเริ่มต้น และวิธีจัดการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว

Suby บอกว่า ส่วนที่ยากที่สุดของการเริ่มต้น คือ การบริหารงานด้วยตัวคนเดียว เขาเริ่มทำธุรกิจในห้องนอนส่วนตัวโดยไม่มีทุน และไม่มีทีม เมื่อผู้คนเริ่มรับรู้ว่าคุณทำอะไร ปริมาณงานจะเริ่มเข้ามามากขึ้น ๆ คนจะเริ่มติดต่อเข้ามาจากสัปดาห์ละสิบคนเป็นร้อยคน ลูกค้าจะเพิ่มขึ้น และตามมาด้วยปริมาณงานที่ต้องจัดการในแต่ละวัน ณ จุดนี้คุณต้องสร้างระบบที่สามารถดูแลการทำงานของคุณในแต่ละส่วนในขณะที่ยังทำงานคนเดียวอยู่ ณ จุดนี้พูดเลยว่า คนเดียวทำงานเท่ากับคน 5-10 คนกันเลยทีเดียว

ในขณะที่บริษัทสมัยใหม่ขยายธุรกิจด้วยเงินทุนจาก Angel Investor และ Venture Capital — King Kong ขยายธุรกิจด้วยเม็ดเหงื่อและกำไรสะสมของตนเอง 100%

ไอเดียเป็นเรื่องง่าย ลงมือทำเป็นของยาก วิธีสร้าง Momentum ทางธุรกิจในช่วงเริ่มต้นโดยไม่มีผู้ช่วย

Suby มีคติเรียบง่าย คือ “ไอเดียใครก็มีได้ ต่างกันที่ใครลงมือทำก่อน” หลังจากพบช่องว่างของตลาด และโอกาสในการเติมเต็ม เขาไม่เสียเวลากับการเขียนแผนธุรกิจอันเลิศหรูใด ๆ แต่ลงมือวาดแผนการทำงานง่าย ๆ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และเคาะตัวเลขว่าน่าจะคุ้มไหม เมื่อได้คำตอบ เขาก็ลงมือทำทันทีโดยการ Cold call ไปหาผู้มุ่งหวังเพื่อเปิดและปิดการขาย หาลูกค้าในตอนกลางวัน และทำงานในตอนกลางคืน

วิธีจัดตารางงานหลังธุรกิจเริ่มขยายตัว

Suby บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน เขาใช้เวลาอย่างคุ้มค่าตั้งแต่ลืมตาตื่น จนถึงเวลาเข้านอน เฉลี่ยแล้ว 90 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยเขาคิดว่าทุกอย่างคืองานสำคัญที่ต้องทำ และเขาจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

Suby เริ่มต้นวันด้วยการออกกำลังกายตอนตีห้า เพื่อให้ร่างกายพร้อมรับมือกับภารกิจทั้งวัน เขาจะเริ่มงานที่สำคัญก่อนตอน 7 โมงเช้า เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เขาทำงานได้ดีที่สุด จากนั้นจะเป็นเวลาของอาหารเช้าก่อนที่จะเริ่มประชุมกับฝ่ายต่างๆ จนถึงช่วงสาย จากนั้นเขาจะหมกมุ่นกับการพิจารณากิจกรรมส่วนบนของพีระมิดนานเป็นพิเศษ  เช่น สร้างฐานลูกค้า หรือกระบวนการติดตั้งและปรับปรุงระบบเพื่อการบริหารงานธุรกิจ  เป็นต้น

Suby พักกลางวันแค่ 15 นาที แล้วกลับมาดูงานต่อ ช่วงบ่ายสองถึงสี่โมงเย็นเป็นเวลาของการพิจารณารับพนักงานใหม่ จากนั้นเขาจะอยู่ช่วยฝ่ายขายทุกอย่างที่สามารถช่วยได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เขาจะตอบจดหมายและมอบหมายงานให้ฝ่ายขายตอนเย็น และพูดคุยกับสมาชิกในซีกโลกเหนือตอนหัวค่ำ เขาสิ้นสุดภาระงานและเข้านอนตอน 21.30 นาฬิกา

จะเห็นได้ว่าเขาจัดสรรเวลาชีวิตได้อย่างลงตัว แม้จะทำงานอย่างหนัก แต่ก็มีเวลาให้ร่างกายได้พักผ่อนครบ 8 ชั่วโมง

ประสบการณ์ความผิดพลาดในการดำเนินธุรกิจที่อยากเตือนคนอื่น

การทำธุรกิจบริการโดยไม่มีสัญญาการให้บริการที่ครอบคลุมและชัดเจน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและขัดแย้งได้ จงทำสัญญาบริการทุกครั้ง จงจ้างทนายไว้สักคน!

กลยุทธ์สำคัญในการประกอบธุรกิจที่ปรึกษาดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง

กลยุทธ์นั้นคือ ‘ความเข้าใจลูกค้า’ หรือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา มองในมุมเขาแล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งที่ลูกค้ามองหาคือ ตัวช่วยลดความเสี่ยง และการเพิ่มผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ในวงการที่ปรึกษาดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง เต็มไปด้วยคนที่เป็นนักพูดและนักนำเสนอ แต่ไม่สามารถส่งมอบผลลัพธ์ทางตัวเลขและสถิติได้จริง ที่ผ่านมา Subyเองก็เคยใช้บริการปรึกษาดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งมาแล้ว และพบว่าสูญเสียเงินไปจำนวนมากถึง 2-3 รายติดกันเลยทีเดียว!

คำแนะนำส่งท้ายจาก CEOblog

“คิดได้… ทำเลย”

ไอเดีย… ใคร ๆ ก็มีได้ ต่างกันแค่ใครลงมือทำก่อนกัน ที่ผ่านมามีคนจำนวนไม่น้อยบอกว่า อยากทำสิ่งนั้น ๆ อยากทำสิ่งนี้ ๆ แต่ผ่านไปเป็นปีก็ไม่ได้ลงมือทำอะไร สาเหตุหลัก ๆ เพราะคิดมากเกินไป ยิ่งคิดยิ่งฟุ้ง และยิ่งเพิ่มความลังเลใจในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น — คุณไม่มีทางรู้แน่อย่าง 100% เต็มว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรจนกว่าจะลงมือทำไปแล้ว และเมื่อทำแล้วเกิดปัญหาอะไรก็ต้องแก้ไขกันไประหว่างทาง ธุรกิจเป็นแบบนี้ทั้งสิ้นครับ

ฉะนั้น เมื่อคิดไอเดียใด ๆ ได้ ให้ลงมือศึกษาหาข้อมูลให้มากที่สุด และเริ่มลงมือทำ วันนี้การเริ่มธุรกิจง่ายและราคาถูกมาก อยากขายสินค้าและบริการออนไลน์ เปิดเว็บไซต์ ลงคอนเทนต์ ทำแฟนเพจ ฯลฯ เรื่องเหล่านี้ใช้งบประมาณไม่ถึงหมื่นบาทในการเริ่มต้น คุณก็สามารถทดสอบตลาดได้แล้ว โดยไม่ต้องลงทุนเป็นล้าน ๆ บาทเหมือนเมื่อ 30-40 ปีก่อนครับ

1 COMMENT

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here