ผมเชื่อว่าหลายคนอาจมี ‘หนังสือเปลี่ยนชีวิต’ ที่สร้างผลลัพธ์บางอย่างให้กับชีวิตคุณ หรือยิ่งไปกว่านั้นก็อาจมี ‘ประโยคเปลี่ยนชีวิต’ ซึ่งเป็นประโยคสั้นๆ ที่คุณค้นพบจากหนังสือทั้งเล่มจนทำให้คุณรู้สึกประทับใจและเป็นหนังสือที่อยากบอกต่อ… ผมเองก็เช่นกัน

ปัจจุบันผมทำธุรกิจ ‘Infoformation business’ หรือ ‘ธุรกิจขายข้อมูลความรู้’ โดยเริ่มต้นก้าวเล็กๆ เมื่อปี 2013 เขียนและขาย Ebook พัฒนามาสู่งานสัมมนา คอร์สออนไลน์ และดีวีดีวีดีโอ จากนั้นเปิดเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบที่จากการผลิตเนื้อหาเองไปสู่การติดต่อผู้เชี่ยวชาญที่เก่งในแต่ละเรื่องมาร่วมผลิตเนื้อหาและแพ็กเกจออกมาเป็น Information products ขายทั่วประเทศและมีส่วนแบ่งในรูปแบบของ Profit sharing สร้างรายได้ passive income ให้ทั้งบริษัทและตัวผู้ถ่ายทอด

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ ผมต้องเดินผ่านความกลัวมากมาย กลัวทำไม่ได้ กลัวขายไม่ได้ กลัวไม่มีใครซื้อ กลัวรู้ไม่พอ ฯลฯ แต่ก็มีประโยคสั้นๆ จากหนังสือเปลี่ยนชีวิตที่ชื่อว่า The Millionaire Messenger เขียนโดย Brendon Burchard เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมสามารถก้าวออกมาได้

The Millionaire Messenger และ Brendon Burchard

Brendon Burchard ไม่ใช่ลูกเศรษฐี ไม่ใช่คนที่โดดเด่นในวงการใดๆ เป็นเด็กที่เกิดในครอบครัวฐานะค่อนข้างลำบาก พ่อแม่ทำงานหนัก กระเบียดกระเสียรการใช้จ่าย ถูกสอนว่านักธุรกิจและเงินเป็นของไม่ดีตามสูตร ส่วนตัวเขาก็เหมือนเด็กทั่วๆไปที่ฝันอยากจะมีธุรกิจส่วนตัว อยากร่ำรวย อยากให้ครอบครัวสบายตามสูตรอีกเช่นกัน

Brendon Burchard เป็นคนใฝ่เรียนรู้ คำว่าใฝ่เรียนรู้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเรียนในระบบการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการค้นคว้านอกตำรา เขาอ่านหนังสือที่ How-to ต่างๆเยอะมาก และเข้าสัมมนาอยากเป็นบ้าเป็นหลัง ผลลัพธ์ที่เขาได้คือ เกิดเป็นข้อมูลจากการเรียนรู้จากผู้อื่นอัดแน่นอยู่ในตัวเขา มันมากจนเขาอยากนำออกมาสรุปสอนผู้อื่น

ลูกค้าคนแรกของ Brendon Burchard

ก่อนหน้านั้น Brendon มีงานสอนและงานโค๊ชชิ่งฟรีให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ซึ่งการสอนนั้นมาจากสิ่งที่เขาได้อ่านได้ฟังมาจำนวนมากจนสามารถนำมาสรุปสอนคนอื่นได้อีกต่อ แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจพอที่จะเรียกเก็บเงินจากการสอนเป็นเรื่องเป็นราวจนกระทั่งวันที่เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนคิดว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่เมื่อได้สติว่ายังมีชีวิตอยู่ เขาจึงแหงนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนในขณะที่เลือดชุ่มหน้าว่า ฉันยังอยู่ ฉันยังรัก ฉันยังมีคุณค่า? – คำตอบที่ได้คือ Yes! ใช่ทั้งหมดเลย เกิดเป็นแรงบันดาลใจว่าขณะมีชีวิตอยู่ต้องเร่งสร้างคุณค่าให้กับโลกนี้ให้มากๆ และตัดสินใจก้าวสู่อาชีพ Infopreneur สายพัฒนาตัวเอง

ตอนเริ่มสอนออนไลน์ ตัวเขาเองยังไม่มีผลงานหรือผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ภาระหนี้สินเต็มบ้าน การเริ่มต้นใหม่ใช้พลังใจล้วนๆ เปิดเว็บไซต์โค๊ชชิ่งออนไลน์ สอนสดผ่านเว็บแคม พร้อมกับเขียนหนังสือที่ถูกปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ครั้งแล้วครั้งเล่า

ด้วยความพยายามและลงมือทำงานอย่างต่อเนื่อง ให้ความรู้ดีๆ ผ่านฟรีคอนเทนต์ใน Youtube สร้างคอนเนคชั่นร่วมกับคนดังในวงการ ขยายฐานลูกค้าทีละนิด และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นำเสนอสู่ตลาด ภายในปีที่สองเขาเริ่มประสบผลลัพธ์แบบก้าวกระโดด และดังเป็นพลุในปีที่สาม มีหนังสือติด Best Seller อาทิ Life’s Golden Ticket, The Charge, The Millionaire Messenger, เป็นวิทยากรค่าตัวงานละ 25,000 เหรียญ บัตรสัมมนาที่นั่งละ 10,000 เหรียญ ฯลฯ มากมาย

The Millionaire Messenger และประโยคเปลี่ยนชีวิต

ประโยคเปลี่ยนชีวิตเริ่มต้นตั้งแต่หน้าหนึ่ง ส่วนตัวผมมีใจอยากทำงานสอนงานขายความรู้มาแต่ไหนแต่ไร แต่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง กลัวขายไม่ได้ กลัวไม่มีใครซื้อ คิดไปก่อนแล้วว่าใครจะมาจ่ายเงินให้คนอย่างเรา ฯลฯ และแนวคิดสามข้อในหน้าแรกนี้ก็ทำให้ผมคิดได้และเริ่มเดินทางบนเส้นทาง Infopreneur ตั้งแต่บัดนั้น

  • Your life story เรื่องราวและประสบการณ์ชีวิตของคุณมีคุณค่ากับผู้อื่น
  • You are here to make the different ทุกคนมีคุณสมบัติในการเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สิ่งดีๆ
  • You can get paid คุณมีความชอบธรรมที่จะได้รับเงินจากความรู้ของคุณ

กล่าวโดยสรุป ใจผมไปแล้ว 100% กับสามประโยคในหน้านี้

แกะรอยหนังสือ The Millionaire Messenger: วิธีเปลี่ยนข้อมูลความรู้เป็นรายได้

3 คุณสมบัติเป็น Infopreneur สำหรับคนรุ่นใหม่

จุดเด่นของ Brendon Burchard คือเป็น Infopreneur ในสายพัฒนาตัวเองที่มีความเชี่ยวชาญการทำ Digital marketing ซึ่งหาได้ยากในวงการ Infopreneur ในอดีตมีภาพของความเป็นอาจารย์ ดูมีอายุ ขายงานผ่านออฟไลน์และคอนเนคชั่นในแวดวง แต่สำหรับ Brendon นั้นมาแบบไฮเทคจัดหนักมีการทำ Content marketing, SEO (Search engine optimization), Email marketing, Online payment gateway ฯลฯ ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งออฟไลน์ แต่เน้นการคอนเน็คกับยักษ์ใหญ่ของวงการ อาทิ Tony Robbins เป็นต้น

ส่วนตัวผมชอบและเดินตามแนวทางเดียวกับ Brendon Burchard ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ท้าทายและสนุกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากก้าวเข้ามาในธุรกิจขายความรู้ ผมจึงมี 3 คุณสมบัติสำคัญสำหรับว่าที่ Infopreneur รุ่นใหม่ครับ

เป็นผู้รู้

ความรู้ยังคงเป็นคุณสมบัติหลักของ Infopreneur ขอให้คุณรู้จริงในสิ่งที่สอน และรู้จริงในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องรู้ถึงที่สุด คุณไม่สามารถรู้ทุกอย่างถึงที่สุดในชีวิตนี้ แค่ขอให้รู้มากกว่าคนที่คุณจะสอนเขาในระดับหนึ่งและสอนในขอบเขตที่ตนเองสอนได้ ให้ข้อมูลที่จริงใจ และเป็นประโยชน์ สิ่งใดยังไม่รู้ก็ไม่ต้องอายที่จะบอกว่าไม่รู้และจะไปหาข้อมูลมาให้ในโอกาสหน้าแก่ผู้เรียนครับ

เป็นนักขาย

ความรู้ กับ การขาย ไม่ค่อยถูกจริตกันสักเท่าไร ความรู้สึกของอาจารย์อาจจะรู้สึกแปลกๆที่ต้องไปเดินขายของแบบ Hard-sales แต่วันนี้อินเตอร์เน็ตมีเครื่องมือขายที่ช่วยให้นักขายความรู้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับลูกค้าแบบตัวต่อตัวเหมือน Sales man อีกแล้ว คุณสามารถขายของผ่านการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ การเผยแพร่บทความที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างแบรนด์บุคคล การเขียน Sales page สวยๆ ดีๆ มีข้อมูลครบถ้วนจริงใจให้คนอ่านจนกว่าจะพอใจที่จะตัดสินใจซื้อ Information products ของคุณ

เป็นนักวางระบบ

จงเรียนรู้เครื่องมือขายออนไลน์ วิธีทำเว็บไซต์ วิธีทำเฟซบุ๊คเพจ วิธีทำโฆษณาเฟซบุ๊ค และการเชื่อมโยงระบบการชำระเงินออนไลน์ต่างๆ นักขายความรู้รุ่นใหม่ต้องเชี่ยวชาญการสอนและการใช้เทคโนโลยีการขายไปพร้อมกัน คุณไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเครื่องมือ แต่เอาเท่าที่จำเป็น จะมุ่งเฟซบุ๊คหรืออินสตาแกรม จะเก่งทำเว็บไซต์หรือทำช่องยูทูป เครื่องมือเหล่านี้ใช้ได้ทั้งสิ้น แต่เอาช่องทางใดๆ ให้ชำนาญไปเลยครับ

สรุป

หนังสือเล่มนี้ให้ทั้ง… 

แรงบันดาลใจ: เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในความรู้ที่คุณมีในตัวตนเอง โดยกรณีศึกษาของตัวผู้เขียนเองที่เริ่มต้นจากติดลบมากๆ จนประสบผลลัพธ์กลายเป็น Information business หลักร้อยล้านบาท

ให้ไอเดีย: เกี่ยวกับการวิเคราะห์ตัวเองเพื่อค้นหาสิ่งที่คุณรู้และรักที่จะถ่ายทอด และการเปรียบเทียบความรู้ของตนเองกับความต้องการของตลาดว่ามันจะขายได้หรือไม่

ให้ฮาวทู: วิธีผลิต Information products หลักคิดการทำผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นซีรีย์ๆ และมีหลายระดับราคา วางแผนการตลาดต่อเนื่องเพื่อให้ขายสินค้าได้เป็นหลักล้านบาทต่อปี ฯลฯ

หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ผมก็ตัดสินใจก้าวออกจากความกลัวและลงมือทำทันที จากวันนั้นถึงวันนี้ จาก Ebook ที่ทำคนเดียว มาสู่ธุรกิจทีมงานนับ 10 และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มาร่วมทำผลิตภัณฑ์อีกมากมาย — ในเมื่อความกลัวไม่ช่วยอะไรเลย ก็เดินผ่านความกลัวนั้นออกมาแล้วลองลุยดู คิดได้ ทำเลยครับ!

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here