Modern workspace - girl with laptop working.

Passive income ไม่ได้มีแค่หุ้นและอสังหาฯ ความรู้ในหัวคุณก็นำมาสร้างรายได้ passive income ได้เช่นกัน!

คุณรู้หรือไม่ว่า ความรู้ที่คุณมีอยู่แล้ว จากการศึกษา จากประสบการณ์ ฯลฯ นอกจากนำมาใช้ในการประกอบอาชีพในชีวิตประจำวันแล้วยังสามารถนำมาใช้สร้างรายได้ทางที่สองและที่สามทั้งในรูปแบบ Active และ Passive income ได้

ความรู้ที่คุณมีอยู่แล้ว สามารถนำมาสร้างรายได้ในรูปของ ธุรกิจการสอน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Education business แต่ศัพท์อย่างเป็นทางการเรียกว่า Information business ผู้ประกอบอาชีพนี้เรียกว่า Infopreneur และสินค้าของธุรกิจและอาชีพนี้เรียกว่า Information products — ถ้าเรียกแบบไทยๆ ก็คือ ธุรกิจขายข้อมูลความรู้

ธุรกิจขายข้อมูลความรู้ เกิดจากการนำความรู้ที่คุณสั่งสมเป็นเวลาหลายปีมาเรียบเรียงใหม่ให้ง่ายต่อผู้อื่นซื้อไปเรียนรู้ โดยมากเน้นการเรียนรู้ประสบการณ์หลายปีจากคุณให้จบในวันเดียว อาทิ Active income ได้แก่ สัมมนา, เวิร์คช็อป, และการโค๊ชชิ่งตัวต่อตัว ส่วน Passive income ได้แก่ หนังสือเล่ม, หนังสืออีเล็คทรอนิกส์ (อีบุ๊ค), ออดิโอบุ๊ค, วีดีโอคอร์ส (ดีวีดี และคอร์สออนไลน์)  

ปัจจุบันเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตเต็มไปด้วยเครื่องมือที่ช่วยผลิตและเป็นช่องทางการจัดจำหน่าย Information products เหล่านี้โดยที่คุณไม่ต้องมีหน้าร้านของตัวเอง และในบทความนี้ผมจะมาแนะนำวิธีสร้าง Passive income จากความรู้ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นนักสอน เช่น โค๊ช เทรนเนอร์ วิทยากร หรือครูสอนพิเศษอยู่แล้ว เนื้อหาที่คุณสอนในงานอบรมต่างๆ สามารถนำมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ได้เกือบจะทันที!

1. หนังสือเล่ม หรือหนังสืออีบุ๊ค

ความยาวของหนังสือหนึ่งเล่มประมาณ 15,000-20,000 คำขึ้นไป จะเทียบเท่ากับพ็อกเก็ตบุ๊คขนาด 150-200 หน้า ความยาวจำนวนนี้ใช้เวลาเขียนประมาณ 30-40 ชั่วโมงบนสมมุติฐานว่า คุณมีเนื้อหาชัดเจนอยู่ในหัวอยู่แล้ว

ราคาขายปลีกหนังสือ และอีบุ๊คอยู่ที่ 150-350 บาท

การถ่ายทอดเนื้อหาลงเป็นหนังสือทำได้ง่ายที่สุด หากทำเป็นอีบุ๊ค คุณสามารถอัพโหลดขายบนร้านหนังสือออนไลน์ Ookbee.com ได้เลย พร้อมรับส่วนแบ่งที่ 60-70% โดยมีเครดิตเทอมก่อนโอนส่วนแบ่งเข้าบัญชีคุณที่ 60 วัน

กรณีสั่งพิมพ์เอง ขายเองโดยตรง เรียกว่า Self-Publishing ผลตอบแทนหลังหักค่าต้นทุนหนังสือ และค่าจัดส่งแล้วจะถึงคุณประมาณ 40-50% โดยการขายแบบ Self-publishing ได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ และในประเทศไทยก็เริ่มเห็นในกลุ่มนักเขียนเฉพาะทางที่มีฐานแฟนคลับของตัวเอง โดยการเปิดขายแบบ Pre-Order เพื่อรับเงินก่อนนำไปผลิตหนังสือ

Blog Image 3 วิธีสร้าง Passive Income จากความรู้ -02
อีบุ๊คโดยเจ้าของเว็บไซต์ CEOblog.co เขียนและขายบนเว็บไซต์ OokBee.com

วิธีถ่ายทอดความรู้เป็น หนังสือ

คนที่ที่มีเนื้อหาพร้อมแล้ว โดยเฉพาะคนที่ประกอบอาชีพสอนในงานสัมมนาและครูสอนพิเศษ ฯลฯ สามารถนำเนื้อหาที่สอนเป็นประจำมาเขียนเป็นหนังสือได้ทันที โดยอาจปรับจากภาษาพูด เป็นภาษาเขียน

ผมเชื่อว่าคุณจะมีสารบัญเนื้อหาที่ใช้ในการบรรยายจัดเรียงเป็นลำดับอยู่แล้ว ดังนั้นจุดเริ่มต้นคือการร่างสารบัญเนื้อหาในเวอร์ชั่นหนังสือออกมาทั้งหมด คุณมีอิสระที่จะเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้อ่านโดยการใส่เนื้อหาที่ใหม่ขึ้น หรือแตกต่างจากในงานอบรมได้อย่างเต็มที่ รูปภาพประกอบ และ diagram ประกอบการบรรยายต่างๆ สามารถนำมาบรรจุลงในหนังสือได้เช่นกัน

การทำสารบัญให้จบจะเป็นเข็มทิศให้งานเขียนของคุณ เคล็ดลับคือคุณไม่จำเป็นต้องเขียนเรียงตามลำดับ แต่สามารถเริ่มเขียนจากบทที่คุณสบายใจที่จะเขียนก่อน การทำเช่นนี้จะช่วยให้งานเขียนของคุณมีความคืบหน้าเร็ว และทำให้คุณมีกำลังใจสูงในการเขียนให้จบภายในเวลาที่กำหนด

2. ออดิโอบุ๊ค

เป็นการบันทึกเป็นไฟล์เสียงแล้วอัดเป็นแผ่นซีดี หรืออาจจะทำเป็นดิจิตอลไฟล์เพื่อฟังออนไลน์ก็ได้ สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ด้วยเครื่องบันทึกเสียง แต่หากต้องการคุณภาพดีอาจต้องมีความรู้เรื่องเครื่องมือ หากคุณไม่มีเครื่องมือ ทาง Ookbee มีห้องอัดหนังสือเสียงและทีมงานในการแพ็กเกจไฟล์เสียงของคุณเป็นออดิโอบุ๊ค เพียงแต่คุณจำเป็นต้องมีหนังสือเล่มหรือหนังสืออีบุ๊คของตนเองก่อนครับ 

ในกรณีที่คุณต้องการผลิตออดิโอบุ๊คในรูปแบบของ แผ่นซีดี ในตลาดจะมีบริษัท ลีดเดอร์วิงส์ เป็นค่ายแบบ One-stop service คุณมาแต่ตัวกับเนื้อหาเจ๋งๆ ทางลีดเดอร์วิงส์ สามารถผลิต Information products ออกมาเป็นชุดซีดีสำเร็จสวยงามภายใน 1 เดือน และเป็นโมเดลรายได้แบบ Profit sharing — กรณีนี้คุณไม่จำเป็นต้องมีหนังสือ แต่สามารถอัดออดิโอบุ๊คแบบถ่ายทอดความรู้จากในหัวของคุณออกมาได้เลย

ราคาขายปลีกออดิโอบุ๊คอยู่ที่ 250-950 บาท กำไรไม่น้อยกว่า 50%

Blog Image 3 วิธีสร้าง Passive Income จากความรู้-02
ตัวอย่างการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ บ.เถ้าแก่ใหม่ เอ็นเตอร์ไพรซ ที่ส่งวิทยากรมาทำออดิโอบุ๊คกับ บ.ลีดเดอร์วิงส์

วิธีถ่ายทอดความรู้เป็น ออดิโอบุ๊ค

เนื้อหาในออดิโอบุ๊ค จะมีการทำเป็นสารบัญเช่นเดียวกับหนังสือเล่ม และเพราะออดิโอไม่เห็นหน้า ไม่เห็นภาพ จับต้องไม่ได้ เพราะมีแต่น้ำเสียง ดังนั้นการถ่ายทอดจึงต้องมีการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับการ ‘เล่าความรู้’ มีการประกาศการขึ้นหัวข้อใหญ่ของแต่ละบท และหัวข้อย่อยในบทนั้น เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าดำเนินเนื้อหาถึงไหนแล้ว

การถ่ายทอดเนื้อหาควรมีการสื่อสารกับผู้ฟัง ให้เขารู้สึกเหมือนคุณกำลังคุยอยู่กับเขาจริงๆ อาทิ มีการเรียกผู้ฟังว่า ‘คุณ’ เป็นระยะๆ เพื่อให้เขาตื่นตัวว่าคุณกำลังคุยอยู่กับเขา คุณสามารถใส่ลูกเล่น เช่น การทำ Role play กรณีศึกษาประกอบการเล่าความรู้ต่างๆ โดยให้ทีมงานที่ไม่ใช่ตัวคุณมาทำการ Role play ซึ่งรูปแบบนี้มีการทำลงในออดิโอบุ๊ค Power Questions ของ Trainer Nalisa เป็นต้น

3. วีดีโอคอร์ส

วีดีโอคอร์สเป็นผลิตภัณฑ์ความรู้ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดโดยคุณสามารถขายในราคาเกือบเทียบเท่างานสัมมนา ทั้งนี้ วีดีโอคอร์สมีขึ้นตอนทางเทคนิคมากที่สุด หากคุณทำงานวีดีโอด้วยตัวเอง อาจต้องใช้ทักษะและระยะเวลาในการตัดต่อออกมาเป็นวีดีโอพอสมควรกว่าจะพร้อมขาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บนโลกออนไลน์มีเว็บไซต์ที่ให้บริการถ่ายทำและตัดต่อ รวมไปถึงเป็นหน้าร้านขายวีดีโอคอร์สให้คุณในตัว ได้แก่ SkillLane.com, TaladPanya.com เป็นต้น โดยเว็บไซต์เหล่านี้เป็น คอร์สออนไลน์ มีเงื่อนไขแบบ Profit sharing คือส่วนแบ่งจากยอดขาย อาทิ SkillLane 60% : 40% (เจ้าของเนื้อหา 60% เว็บไซต์รับ 40% ทุกๆ การขายที่เกิดขึ้น)

Blog Image 3 วิธีสร้าง Passive Income จากความรู้
วีดีโอคอร์สโดยเจ้าของเว็บไซต์ CEOblog.co ออกร่วมกับเว็บไซต์ SkillLane.com

วิธีถ่ายทอดความรู้เป็น วีดีโอคอร์ส

การถ่ายทอดความรู้เป็นวีดีโอคอร์สามารถทำให้ถึง 3 แบบหลักๆ ได้แก่

1. บันทึกจากงานสัมมนา
เป็นวิธีที่เบสิคสุด โดยคุณจัดงานสัมมนา จากนั้นจ้างทีมถ่ายทำบันทึกเนื้อหา หรือจะให้ทาง SkillLane.com ไปทำการบันทึกให้ก็ได้

2. บันทึกการบรรยายในสตูดิโอ
เนื้อหาอาจเหมือนในงานสัมมนาก็ได้ หรือคุณจะปรับเปลี่ยนเพิ่มคุณค่าเฉพาะลงไป และทำการบันทึกใหม่ในสตูดิโอที่จัดขึ้นโดยเฉพาะแล้วตั้งกล่องจับภาพของคุณถ่ายทอดตรงสู่กล้อง

3. บันทึก Screen capture
กรณีนี้เป็นการบันทึกการบรรยายผ่านการจับหน้าจอ Power Point Slide โดยใช้โปรแกรม Camtesia Studio (สำหรับ Window) หรือของ Mac ก็จะมีโปรแกรมบันทึกหน้าจอของเขาต่างหาก จากนั้นคุณก็มาตัดต่อเรียบเรียงอีกครั้งหนึ่ง

สรุป

เหล่านี้คือ 3 วิธีหลักๆ ในการแพ็กเกจความรู้เป็น Information Products ที่สามารถทำงานและสร้างรายได้แทนคุณ ได้แก่ หนังสือเล่ม/หนังสืออีบุ๊ค, ออดิโอบุ๊ค, วีดีโอคอร์ส — สินค้าความรู้แต่ละตัวจะมี Life cycle ที่ขายดีต่อเนื่องประมาณ 2-3 เดือน และขายได้เรื่อยไปจนถึงเดือนที่ 4 หรือเดือนที่ 6 ก่อนที่จะขายช้ามาก ดังนั้นคุณควรมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาขายทุก 3-4 เดือน โดยหากคุณมี Personal branding ที่แข็งแกร่ง และการตลาดต่อเนื่องก่อนเปิดตัวสินค้า โอกาสสร้างยอดขายหลักแสนภายใน 1 สัปดาห์เป็นไปได้ครับ

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY