4 ปัญหาหนักใจผู้ประกอบการรุ่นใหม่ อันเกิดเพราะธุรกิจดันไปได้สวยและรวยกว่าที่คิด

4 ปัญหาหนักใจผู้ประกอบการรุ่นใหม่ อันเกิดเพราะธุรกิจดันไปได้สวยและรวยกว่าที่คิด

18879
0
SHARE

ปัจจุบันคุณสามารถเริ่มธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ ได้สะดวกและเร็วขึ้นเพราะอินเตอร์เน็ต อุปมาอุปมัยว่าคุณมีโน๊ตบุ๊คเครื่องเดียวกับสัญญาณ Wifi ก็เริ่มว่าที่กิจการเงินล้านของคุณได้แล้ว ต่อไปนี้คือขั้นตอนสุดอัศจรรย์ที่อินเตอร์เน็ตช่วยให้คุณเป็นเจ้าของกิจการได้

อินเตอร์เน็ต ช่วยให้คุณเปิดร้านค้าออนไลน์ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าหน้าร้านออฟไลน์ ประหยัดเงินเริ่มต้นหลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาททันที ได้แก่…

1. เครื่องมือผลิตสื่อของตัวเอง ได้แก่ เว็บไซต์ เว็บบล็อก ระบบอีคอมเมิร์ซ ตัวแทนระบบเพย์เมนต์เกตเวย์เชื่อมต่อกับธนาคารรับชำระผ่านบัตรเครดิตโดยไม่ต้องเปิดกิจการให้ครบ 2 ปีเหมือนในอดีตก็สามารถทำได้แล้ว!

2. ช่องทางการตลาด อาทิ เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์แอด ทั้งของบริษัทคุณเอง และการไปร่วมเป็นมีเดียพาร์ทเนอร์กับสื่ออื่นก็มีต้นทุนต่ำลง

3. เครื่องมือโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ อาทิ Google AdWord และ Facebook Advert ช่วยให้คุณเข้าถึงคนด้วยค่าโฆษณาหลักพันหลักหมื่นในช่วงเริ่มต้น และบางครั้งค่าโฆษณาหลักหมื่นต่อเดือนสามารถทำให้คุณสร้างยอดขายหลักแสนหลักล้านได้

เหล่านี้คือโอกาสและโชคดีของผู้ประกอบการสมัยใหม่สามารถเริ่มธุรกิจส่วนตัวด้วยต้นทุนต่ำ และหากจับทิศจับทางธุรกิจถูก คุณอาจขยายธุรกิจได้รวดเร็วภายในปีแรก และจุดนี้เองครับที่เริ่มเกิดปัญหาที่เรียกว่า Happy Problems

Happy Problem ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่

1. เรื่องออฟฟิศ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย

ปัญหาที่คาดไม่ถึงว่าจะเป็นปัญหาคือ เรื่องสำนักงาน… ในช่วงแรก เราอาจทำงานจากที่บ้าน ห้องเช่า หรือตึกแถว ทำกันเอง จ้างญาติ พี่น้อง เพื่อนมาทำ หรือจ้างพนักงานรายวัน ฯลฯ แต่เมื่อธุรกิจเติบโต และไม่สามารถอาศัยพนักงานรายวัน หรือใครก็ได้มาช่วยงาน คุณจะต้องเริ่มจ้าง พนักงานมืออาชีพ ที่จบปริญญาตรีตามสายงาน มีประสบการณ์ตรงมาช่วยงาน ปัญหาจึงบังเกิด…

ออฟฟิศไม่น่าเชื่อถือ

ผม และเพื่อนผู้ประกอบการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันมาแล้ว คือ สำนักงานไม่น่าเชื่อถือ พวกเขาก็ไม่มาทำงาน บางคนแค่เห็นทางเข้าสำนักงานที่เป็นป่าเป็นซอย หรือตึกแถวโทรม ๆ พวกเขาก็หันหลังกลับ – ผมเคยนัดสัมภาษณ์ตำแหน่งเดียว 10 คนในวันเดียวกัน แต่มาสัมภาษณ์จริงแค่ 2 คน เดาว่าที่เหลือเปลี่ยนใจไม่เชื่อถือในตัวบริษัท

ค่าใช้จ่ายบานปลายยืดเยื้อ

ผู้ประกอบการหลายคนรวมทั้งผมเคยประสบปัญหา เสียดายเงินค่าเช่าสำนักงาน จึงค่อย ๆ ขยับขยายที่ละนิด และเช่าถูก ๆ ไว้ก่อน แต่การทำแบบนี้กลับทำให้เสียเงินรวม ๆ แล้วหลายแสนบาท ไม่นับเสียเวลา เสียโอกาส และเสียบุคคลกรดี ๆ เข้ามาทำงาน และสุดท้ายก็ต้องกัดฟันกระโดดไปที่ดี ๆ ไปเลย กลายเป็นเสียหลายต่อ เงินจมมากกว่าครึ่งล้านบาท ซึ่งหากตัดสินใจกระโดดก้าวเดียวไปที่ดี ก็คงไม่เสียหายสะสมมากเท่านี้

TIPS เรื่องการลงทุนกับออฟฟิศของตนเอง

ช่วงไหนที่ดีที่สุด ในการซื้อ Home Office

บางครั้ง ผู้ประกอบการอาจตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ทำเป็นออฟฟิศไว้เป็นการลงทุนครั้งเดียว ต่อยอดกันไปยาว ๆ ประกอบกับปัจจุบันผู้พัฒนาอสังหาฯ ก็มีการพัฒนาโครงการประเภทโฮมออฟฟิศ สามารถทำงานและอาศัยได้ในที่เดียวมาอำนวยความสะดวก — ต่อไปนี้คือ Tips เพื่อช่วยคุณพิจารณา

1. ช่วงปลายปีโอกาสดี เป็นช่วงที่โครงการส่วนใหญ่มีส่วนลด

กำไรของธุรกิจมีสองทาง เพิ่มราคา กับลดต้นทุน — การใช้โอกาสที่โครงการต่าง ๆ ให้ส่วนลดปลายปีคือโอกาสอันงดงามที่จะทำให้คุณประหยัดเงินจำนวนมากในช่วงนี้

2. ย้ายออฟฟิศตอนช่วงต้นปีดี งานจะยังไม่เยอะเหมือนช่วงอื่นในระหว่างปี

การขยับขยายและย้ายออฟฟิศเป็นงานใหญ่ ควรทำในช่วงเวลาที่กิจกรรมทางธุรกิจยังไม่พีค โดยมากคือช่วงต้นปี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับงานต่อเนื่องยาวไปตลอดถึงสิ้นปี

3. เพื่อจะได้มีเวลาวางแผน ออกแบบ ตกแต่ง ก่อนที่จะย้ายออฟฟิศ

เมื่อธุรกิจกำลังเติบโต และคุณพยากรณ์รายได้ในปีถัดไปได้แม่นขึ้น ภาพธุรกิจของคุณชัดแล้วต้องรีบ Take-action ไม่ว่าจะประกาศหาคน และวางแผนด้านออกแบบ และตกแต่งออฟฟิศให้พร้อมรับคนและเริ่มทำงาน สองสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ใช้เวลามากกว่าที่คุณคิด จงรีบเตรียมแต่เนิ่น ๆ

4. เพื่อจะได้มีความชัดเจนสำหรับแผนธุรกิจในปีถัด ๆ ไป

การขยับขยายออฟฟิศคือหนึ่งในสัญญาณที่ดีทางธุรกิจ เสริมสร้างความมั่นใจให้พนักงาน ว่าที่พนักงาน คู่ค้า และผู้ร่วมประโยชน์ทุกฝ่ายว่าคุณกำลังไปได้ดี ใคร ๆ ก็อยากร่วมงานกับธุรกิจที่กำลังมีความเจริญรุ่งเรือง และแถมเผื่อท่านอาจยังไม่รู้ อสังหาริมทรัพย์ สามารถใช้เป็นเครื่องมือบริหารโครงสร้างทางการเงิน หรือ Refinance ได้ บริหารดี ๆ ก็ทำให้ผ่อนหมดเร็ว และมีเงินเหลือมาลงทุนในกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป

2. ปัญหาเรื่องคนงาน

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่โดยเฉพาะที่เริ่มต้นจากออนไลน์ จำนวนไม่น้อยทำงานคนเดียว ทำทุกอย่างด้วยตนเอง กำไรจึงเยอะ นำไปพัฒนาเว็บไซต์ สรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ลงทุนกับการตลาดเพิ่มทำให้ธุรกิจยิ่งโตเป็นทวีคูณจนตัวเองทำงานเองไม่ไหว! เมื่อทำงานเองไม่ไหว รับลูกค้าไม่ทัน ณ จุดนั้นคุณอาจเสียโอกาสทางการขายวันละเป็นหลักหมื่นบาท

ถึงตอนนั้น… ผู้ประกอบการบางคนอาจ Panic กับการเสียโอกาสทำให้รีบจ้างคนมาช่วยงานโดยไม่คัดกรองอย่างถี่ถ้วน และปัญหาก็บังเกิดคือมักได้คนไม่จริงมาทำงาน แทนที่จะช่วยงาน กลับทำให้เสียงาน และเสียเงิน

ยังไม่รวมถึงการได้พนักงานที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น พูดจาไม่ดีกับลูกค้า พฤติกรรมก้าวร้าว หรือเสียมารยาทกับพนักงานด้วยกันเอง

3. ปัญหาเรื่องระบบบริหาร

เมื่อธุรกิจโตขึ้น คนมากขึ้นก็วุ่นวายมากขึ้น – การทำทุกอย่างด้วยตนเอง เหนื่อยมาก แต่คุณควบคุม 100% เมื่อเริ่มจ้างคน แต่ละคนมีความแตกต่างทั้ง ความคิด นิสัย ไลฟ์สไตล์ ซึ่งเหล่านี้คุณไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าแท้จริงใครเป็นอย่างไร และควบคุมพวกเขาไม่ได้ 100% ความแตกต่างส่งผลต่อระบบการทำงาน บริษัทเล็ก ๆ ที่มีพนักงาน 5-10 คนและระบบงานยังหลวม ๆ อยู่มีโอกาสสูงมากที่งานจะหยุดชงัก หากติดปัญหาส่วนตัวที่ใครคนใดคนหนึ่ง แม้เพียงคนเดียว

ณ จุดนี้ การสร้างกฏ ระเบียบ และมาตราฐานการทำงานสำคัญมาก ได้แก่

  • กำหนดหน้าที่ให้ชัดเจน
  • กำหนดขั้นตอนการประสานงานเป็นขั้นเป็นตอน
  • สร้างระบบการวัดผล และติดตามงาน
  • กำหนดระเบียบการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
  • มีการจัดประชุมเพื่อเกิดการพูดคุยกันทุกสัปดาห์

บางท่านอาจอ่านแล้วแบบ “เฮ๊ย อะไรว๊า ต้องขนาดนี้เลยเหรอ” ต้องขนาดนี้เลยครับ ผมโดนมาแล้ว หากไม่มีระบบพวกนี้ บริษัทคุณจะเละยิ่งกว่าโจ๊กอีกครับ

4. ปัญหาเรื่องบัญชี

คู่ปรับอมตนิรันดร์กาล ที่ผู้ประกอบการหลายท่านส่ายหัวและร้องยี้ บัญชีไม่เอ๊าไม่เอา แต่พูดเลย หนึ่งในหน้าที่โครต ๆ ของผู้ประกอบการคือ ต้องดูและรู้ตัวเลขทุกเม็ด ไม่อย่างนั้นคุณจะขายดีจนเจ๊ง!

ผู้ประกอบการใหม่สนใจยอดขาย หลายท่านคิดทั้งวันทั้งคืนว่าจะเพิ่มยอดขายได้อย่าง คิดเพียงแต่จะหาเงินเข้าบริษัท ซึ่งทุกกิจกรรมการขาย หรือการขยายธุรกิจจะต้องมี ต้นทุน หรือ Cost และ Fix Cost คลอดตามมาด้วยเสมอ 

คุณไม่สามารถขยายธุรกิจไปเป็นพันล้านโดยจะเหยียบ Fix Cost ไว้เท่าเดิม แต่คุณพระ มีคนคิดแบบนั้นจริง ๆ แล้วก็เจ๊งครับ!

เพราะขยายธุรกิจไป เงินเข้ามาแล้วไม่รู้ทำอย่างไรต่อ เข้ามาแล้วไหลไปไหน ค่าใช้จ่ายมีอะไร รอบการปิดดีลธุรกิจยาวนานแค่ไหน การบริหารเงินสดก่อนถึงดีล การกันรายได้ไปเสียภาษี ฯลฯ — เรื่องจริงที่น่ากลัวคือ พลาดกันเยอะเพราะมองแค่ยอดขายอย่างเดียว สิ่งที่ตามมาไม่ได้มอง สุดท้ายเคาะตัวเลขมา “เฮ๊ย ทำไมฉันขาดทุน!

ขอขอบคุณ…

บทความนี้ได้แรงบันดาลใจจาก AP (Thailand) Public Company Limited ด้วยความที่ผมและเพื่อน ๆ กำลังหาลู่ทางขยับขยาย ในใจลึก ๆ อยากได้อสังหาริมทรัพย์เป็นของบริษัทตัวเอง เพื่อต่อยอดในหลาย ๆ ด้านในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคง ภาพลักษณ์ รวมไปถึงการบริหารรีไฟแนนซ์ ฯลฯ

ทาง AP มีโครงการน่าสนใจชื่อว่า AP District เอกมัย รามอินทรา

ตั้งอยู่ในซอยรามอินทรา 40 ย่านเลียบด่วนรามอินทรา-นวลจันทร์ อยู่ใกล้จุดทางขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และ Lifestyle Centers อาทิเช่น Central Eastville, Crystal Park และ CDC — รูปแบบโครงการเป็นโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 417 ตารางเมตร หน้ากว้างขวาง ที่จอดรถส่วนตัว 6 คัน พร้อมพื่นที่จอดรถส่วนกลางอีก หมดปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่พอ! พื้นที่ด้านล่างออกแบบได้สไตล์คุณ และยังมีเฟิตเนสในโครงการ เรียกว่าสร้างมาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการรุ่นใหม่โดยเฉพาะ!

Final Call! โปรโมชั่นครั้งเดียว

ที่สำคัญ ตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ จัดครั้งเดียวเท่านั้นกับโอกาสส่วนลดสูงสุด 3,000,000 บาท อยู่ฟรี 2 ปี (โปรดตรวจสอบเงื่อนไขการใช้สิทธิพิเศษกับทาง AP อีกครั้งนะครับ) โครงการเริ่มต้น 15.9 ล้านบาท แฟนเพจเว็บไซต์ CEOblog คลิ๊กที่นี่เพื่อโอกาสรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 300,000 บาทครับ คลิ๊กเพื่อดูรายละเอียดและลงชื่อสนใจ ที่นี่ครับ

fb-ad_district_ekm-rit-fnc_ud1

image007

ceoblog-ap-district-ekamai-ramintra-03-inside

ceoblog-ap-district-ekamai-ramintra-04-map


NO COMMENTS

LEAVE A REPLY