9 ขั้นตอนสร้างพฤติกรรมสู่ความมั่งคั่งไปทั้งชีวิตสไตล์ Grant Cardone

9 ขั้นตอนสร้างพฤติกรรมสู่ความมั่งคั่งไปทั้งชีวิตสไตล์ Grant Cardone

8280
0
SHARE

Grant Cardone เป็นหนึ่งในบุคคลที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและธุรกิจอย่างสูง เขาสร้างความร่ำรวยจากงานขาย ซึ่งเมื่อท่านได้ฟังแนวคิดของเขาแล้วจะหลงรักงานขายได้ง่าย ๆ ขึ้นมาทันที และความรู้สึกดีต่องานขายนี้เองที่จะทำให้ท่านกลายเป็นคนมั่งคั่งในอนาคตอันใกล้

Grant Cardone ผ่านงานขายสินค้ามากมายทั้ง Physical products ที่มีราคาหนัก ๆ อาทิ นายหน้าขายรถยนต์ นายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ปัจจุบันเขาเป็นนักธุรกิจ และเป็นนักการตลาดออนไลน์ พอมาทำธุรกิจออนไลน์เขาก็สามารถสร้างและขายผลิตภัณฑ์ความรู้ (Information products) ของตนเองขายผ่านเว็บไซต์ ได้แก่ GrantCardone.com และ GrantCardoneTV.com

ผมติดตาม Grant Cardone มาตั้งแต่เริ่ม CEOblog ใหม่ ๆ (ประมาณปี 2013) อ่านบทความ และอ่านหนังสือของเขา ได้แก่ Sell or Be Sold และ The 10X Rule – สิ่งที่ทำให้ผมชื่นชมและอยากแบ่งปันแนวคิดของเขาเพราะ ตัวผมทำงานด้านจัดซื้อมาเกือบสิบปี ทำให้ตัวเองชอบและชินกับฝั่งงานซื้อ และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อฝั่งงานขาย อาทิ งานขายต้องง้อคน งานขายกดดัน งานขายน่าอาย เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจลึก ๆ ว่าอาชีพที่ทำให้คนรวยได้ดีที่สุดในโลกคือ ‘งานขาย’ และการอ่านเนื้อหาที่ผู้ชายคนนี้ถ่ายทอดผ่านช่องทางต่าง ๆ ทำให้ผมสัมผัสถึงความหลงใหลที่เขามีต่อ งานขาย มีสไตล์การเล่าที่ค่อนข้างตรงใจ ตรงจริต และช่วยปรับทัศนคติผมให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

และจากการติดตามงานเขียนของเขามานานประกอบกับการนำหลักคิดที่เขาสรุปไว้ตามสื่อต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันทำให้ผมพอจะประมวลประสบการณ์ที่ได้รับจากเขามาเป็นหลักคิดดี ๆ เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว 9 ข้อดังนี้ครับ

หลีกเลี่ยงการเป็นหนี้เพื่ออวดรวย

Grant Cardone เชื่อว่าการแสดงสถานะ (อันดี) ของตนเองเป็นเรื่องปกติ ถ้าคุณมีอันจะกินจริง ๆ แต่มันจะเริ่มผิดปกติเมื่อคุณแสดงความร่ำรวยที่มาจากหนี้สิน เป็นเรื่องจริงในสังคมปัจจุบันที่ผู้คนก่อหนี้เพื่อให้มีใช้ มีของใช้ราคาแพง เที่ยวหรู ๆ ขับรถแพง ๆ ฯลฯ แต่เบื้องหลังคือการชักหน้าไม่ถึงหลัง และไปจนถึงกระแสเงินสดติดลบไร้ซึ่งเงินเก็บ

สิ่งที่ผมเรียนรู้จากชีวิตจริง และมาประกอบกับแนวคิดของ Grant ทำให้ผมเห็นได้ชัดว่าการนำเงินหลายแสน หรือหลายล้านบาทในอนาคตมาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยในวันนี้จะเป็นตัวถ่วงชีวิตคุณไปอีกหลายสิบปี จงเปลี่ยนจากความสามารถในการเอาเงินในอนาคตนับแสน ๆ บาทที่ไม่ใช่ของตนเอง ไปสู่การหาวิธีเพิ่มรายได้เพื่อเดินสู่อนาคตพร้อมเงินสด ๆ ที่คุณเป็นเจ้าของ 100% และโดยไม่เป็นหนี้ใคร – Grant Cardone อุปมาอุปมัยว่า การมีเงินเหลือใช้ และซื้อของแพงด้วยเงินสดของตนเองนั้นสะใจและสบายใจที่สุดแล้ว

เลิกตัดพ้อเรื่องต้นทุนชีวิต

Grant Cardone มักหยิบยกวลีของ Bill Gates มาเตือนสติผู้คนว่าด้วย “If you are born poor it’s not your mistake, But if you die poor it’s your mistake.” แปลว่า “หากท่านเกิดมาในครอบครัวยากจน นั่นไม่ใช่ความผิดของท่าน แต่หากท่านตายจากไปอย่างยากจน นั่นจะกลายเป็นความผิดของท่านทันที

ความหมายนี้คล้ายกับวลีของคนไทยที่บอกว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ หลายคนบนโลกนี้เกิดในครอบครัวที่ยากจน สภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ ไม่ได้รับการศึกษาขั้นสูง แต่สามารถต่อสู้ชีวิตจนกลายเป็นคนรวย หรือกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ คือหลักฐานยืนยันว่าต้นทุนชีวิตไม่เกี่ยว ดังนั้นจงเลิกตัดพ้อเรื่องต้นทุนชีวิต อย่าบอกว่า ที่ทำไม่ได้เพราะพ่อแม่ไม่รวย ขาดโอกาส เรียนไม่เก่ง เรียนไม่สูง ฯลฯ – การโฟกัสในสิ่งที่ขาดแคลนเป็นเรื่องเสียเวลาและไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้น จงโฟกัสสู่สิ่งที่จะพัฒนาตัวเองให้ไปไกลกว่าจุดที่ยืนอยู่ครับ

พุ่งเป้าไปที่การหารายได้เพิ่ม

Grant Cardone เชื่อว่านับวันการสร้างความร่ำรวยจากการออม และดอกเบี้ยเงินฝากเป็นเรื่องยาก การจะสร้างความมั่งคั่งนั้นควรโฟกัสที่การหารายได้เพิ่มให้มากกว่าค่าใช้จ่ายขั้นสูงสุดของตนเอง กล่าวคือจงมีกินมีใช้ให้เต็มที่ไปเลย ตราบใดที่คุณหาเงินได้มากกว่าที่ใช้หลายเท่าตัวในแต่ละเดือน ที่เหลือจะกลายเป็นเงินออมเอง

ผมเคยประสบโดยตรงมาแล้ว เมื่อสมัยมีรายได้ทางเดียวเป็นเงินเดือนประจำ ต่อให้ประหยัด ไม่กิน ไม่เที่ยว ก็ยังใช้จ่ายเดือนชนเดือน แต่เมื่อมีรายได้หลายทางจากการขายของออนไลน์และงานสอนพิเศษ ผมมีรายได้รวมต่อเดือนสูงขึ้นและต่อให้ใช้เต็มที่เท่าที่ตนเองสบายใจก็ยังไม่ถึงรายรับรวมทั้งหมด ที่เหลือเป็นเงินเก็บโดยปริยายโดยไม่ต้องพยายามประหยัด

ที่ผ่านมาเรามักถูกสอนให้ ออมเงิน — การออมเงิน ช่วยรักษาเงินต้นและเพิ่มเงินเก็บในระนาบเดียว แต่การสร้างรายเพิ่ม และการมีรายได้หลายทางช่วยให้ปริมาณเงินมากขึ้นเป็นทวีคูณ จากประสบการณ์ส่วนตัวสมัยมีรายได้ทางเดียวจากเงินเดือน ผมมองไม่เห็นทางที่ตนจะมีเงินเยอะขึ้นได้ภายในระยะเวลาปีสองปีจากการออมจากเงินเดือนอย่างเดียว แต่การสร้างรายได้เพิ่มจากอาชีพส่วนตัว ก่อให้เกิดรายได้ทวีคูณภายในปีนั้น ๆ เลย

เป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้

Grant Cardone และนักธุรกิจจำนวนมากมีแนวคิดคล้ายกันในหัวข้อนี้ กล่าวคือ หลีกเลี่ยงการก่อหนี้เพื่อความฟุ่มเฟือย แต่ยอมรับได้ในการสร้างหนี้ที่ก่อให้เกิดผลตอบแทน

ผมไม่ได้เอาข้อนี้ต่อจากข้อ 1 ในทันที เพราะก่อนจะมาถึงข้อนี้ คุณจำเป็นต้องรู้จักการสร้างรายได้เพิ่มทวีคูณที่ไม่ใช่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว เมื่อคุณมีแผนรายได้ที่ชัดเจนแล้ว สามารถประมาณการณ์รายได้ระยะสั้นและระยะยาวได้แล้ว คุณอาจพิจารณาการกู้เงินเพื่อมาขยายธุรกิจของตนเองในลำดับต่อไป เช่น ซื้อพาหนะเพื่อขับไปขายสินค้าและบริการ ลงทุนกับสำนักงานใหม่ ลงทุนกับระบบขายสินค้า เป็นต้น

นี่คือความหมายของหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ และด้วยความสามารถในการหารายได้ที่คุณมีดีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เงินกู้เหล่านั้นจะยิ่งช่วยขยายกระแสเงินรับเข้ามาอีกหลายเท่าตัวและทำให้คุณใช้หนี้คืนได้อย่างรวดเร็ว

จงหลงใหลในมันนี่ (Money)

เขา สนับสนุนให้คุณรักเงิน การรักเงินไม่ใช่เรื่องน่าเกลียด ในทางกลับกัน คุณไม่สามารถร่ำรวยได้หากในใจของคุณเกลียดชังเงิน ลองสังเกตว่าคนที่ด่าเงิน มองเงินเป็นสิ่งช่วยร้าย มองคนรวยคือคนเลว มีชีวิตอย่างไรบ้าง?

ส่วนตัวผมรู้จักกับคนรวยมากมายและมองเห็นบุคลิกภาพหลายข้อที่พวกเขามีคล้ายกัน นั่นคือ พวกเขาใจดี อ่อนน้อม ให้เกียรติ และตกลงเรื่องเงินก่อนเสมอ – นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายคนไม่คิดเอาเปรียบใคร ถ้าต้องการใช้บริการอะไรสักอย่างจากคุณ เขาจะถามก่อนเลยว่า ‘ค่าใช้จ่ายเท่าไร?’ ในขณะที่บางคนที่มีทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับเงินกลับไม่พูดถึงเรื่องเงินและคาดหวังที่จะได้รับประโยชน์ฟรี ๆ จากผู้อื่น

โปรดจำไว้เสมอว่า เงินไม่ได้ทำให้คุณเปลี่ยนไป แต่เงินทำให้คุณเป็นตัวคุณได้ดียิ่งขึ้น หากคุณเป็นคนเก่งและดีมาแต่เดิม เงินที่มากขึ้นจะทำให้คุณเก่งและดียิ่ง ๆ ขึ้นครับ และสุดท้าย Your get what your focus หากคุณตั้งใจทำงานด้วยใจที่หลงใหลและชื่นชมเงินทอง ชีวิตคุณก็จะยิ่งเปิดรับโอกาสแห่งความมั่งคั่ง

เข้าหาคนรวย

เขาเชื่อว่านี่คืออีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด นั่นคือหาโอกาสพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมของคนเก่งและคนสำเร็จ หรือพูดให้สั้นคือ กลุ่มคนรวย

ข้อนี้เป็นที่ถกเถียงกันพอสมควรว่าเป็นแนวคิดที่ก่อให้เกิดการแบ่งแยกว่าคิดแบบนี้เห็นแก่ตัว คนนิสัยจนไม่คบ คนแต่คนนิสัยรวย ฯลฯ แต่ประเด็นที่แนวคิดนี้ต้องการสื่อคือ ย้ำครั้งว่าเราใช้คำว่า ‘นิสัย’ เป็นแก่น คนนิสัยจน และ คนนิสัยรวย — อุปนิสัย วินัย พฤติกรรม ทั้งทางความคิดและการใช้ชีวิตแตกต่างกัน ย่อมให้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง ดังนั้น คนนิสัยรวย คนประสบความสำเร็จ ย่อมมีเป็นคนที่น่าปลอดภัย น่าอยู่ใกล้ น่าคบหา และที่สำคัญย่อมสามารถดึงให้คนรอบตัวสูงขึ้นโดยธรรมชาติ ตรงกับสุภาษิต คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล นั่นแปลว่าแนวคิดการเลือกคบคนเป็นคนสอนสำคัญแต่โบราณแล้ว

ดังนั้นอย่ากังวลว่าการเลือกคบคนเป็นการแบ่งแยกหรือเห็นแก่ตัว และอยากกังวลว่าคนเก่งคนรวยเขาจะอยากคบเราหรือไม่ เรามีหน้าที่พัฒนาตัวเองให้ดีพอที่จะเข้าไปอยู่ในสังคมเดียวกับเขาทีละน้อย ยกตัวอย่างตัวผมเองสมัยก่อนเป็นพนักงานออฟฟิศตัวเล็ก ๆ ไม่มีคุณสมบัติอะไรที่จะเข้าไปแลกเปลี่ยนในสังคมนักธุรกิจ การเข้าหาพวกเขาเป็นเรื่องยาก และไม่รู้จะคุยอะไร ต่อมาพอเขียน CEOblog มีผลงาน มีงานสัมมนา ผมก็เริ่มจูนเข้ากับนักธุรกิจได้มากขึ้น ๆ และทุกปีจะเข้าหานักธุรกิจระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นต้น แม้จนวันนี้ผมก็ยังพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่อไปให้ถึงสังคมนักธุรกิจระดับพันและหมื่นล้านตามลำดับครับ

เล็งเป้าหมายสูงไว้ก่อน

Grant Cardone บอกว่าการตั้งเป้าหมายต่ำเป็นหนึ่งในความผิดพลาดของเขา เพราะคุณตั้งเป้าไว้เท่าไร สุดท้ายคุณจะทำต่ำกว่าเป้าเป็นธรรมดา ดังนั้นหากคุณตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านบาท สุดท้ายคุณอาจทำได้ 7 แสนบาท แต่หากคุณตั้งเป้ายอดขาย 10 ล้านบาท สุดท้ายคุณอาจทำได้ 5 ล้านบาท ซึ่งมันดูต่ำมากเมื่อเทียบกับเป้า 10 ล้าน แต่ก็ยังสูงกว่ายอดขาย 1 ล้านบาทที่ตั้งไว้ตอนแรก

ความท้าทายของการตั้งเป้าหมายสูงคือมันทำให้คุณรู้สึกกังวลใจและกลัวทำไม่ได้ ทั้งที่จริงแล้วการทำไม่ได้ตามเป้าในกรณีนี้ไม่ได้มีอะไรเสียหาย เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้ผลลัพธ์แก่ตัวเอง ได้เรียนรู้ และหากเป็นธุรกิจก็คือได้กำไร ไม่ได้ขาดทุน! โปรดจำวลีอมตะของ โปรกอล์ฟ บุญชู เรืองกิจ “ตีลูกให้ถึงดวงจันทร์ ถึงพลาดก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว”

สะสมเงินเพื่อลงทุน

Grant Cardone รวมไปถึงนักธุรกิจผู้มั่งคั่งแทบทุกคนคิดคล้ายกันว่า อย่าเอาแต่ออม แต่จงนำเงินออมไปลงทุน เมื่อคุณประสบผลลัพธ์ในการไม่ก่อหนี้สิ้นเพื่อสิ่งฟุ่มเฟือย ตามมาด้วยความสามารถในการหารายได้หลายช่องทาง คุณจะมีเงินสะสมส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้งาน อย่าปล่อยไว้ใช้เฉย ๆ ในบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำ แต่จงนำไปกระจายยังสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อาทิ หุ้น กองทุนหุ้น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ เป็นต้น

สร้างสินทรัพย์ขึ้นทำงานแทนคุณ

เขามั่นใจว่าไม่มีใครมั่งคั่งจากการขายแรงและเวลาแลกเงิน… การขายแรงกายแลกเงินเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงเริ่มต้นชีวิตที่คุณยังไม่มีทุน ความรู้ และทรัพยากรต่าง ๆ มากพอ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณเริ่มมีปัจจัยแล้ว คุณควรหาวิธี Leverage หรือ ผ่อนแรงตัวเอง ด้วยการสร้างสินทรัพย์และระบบบางอย่างขึ้นมาทำงานแทนคุณ

สินทรัพย์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการลงทุนในหุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์ แต่หมายถึงการสร้างระบบธุรกิจที่ปล่อยไหลให้ทำงานได้โดยที่คุณไม่ต้องนั่งทำงาน หรือเฝ้างานด้วยตนเองทั้งวันและทุกวัน อาทิ การสร้างธุรกิจ ทีมงาน และทีมขายออกไปขายสินค้าและนำเงินเข้าบริษัท การสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีระบบ Shopping cart และทีมงานบริหารจัดการงานหลังบ้านต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็น สินทรัพย์ ที่ทำงานแทนคุณทั้งสิ้น และเงินสดส่วนเกินที่คุณได้จากตรงนี้ยังสามารถนำไปสร้างสินทรัพย์ และการลงทุนใหม่ ๆ ต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด!

สรุป

การเป็นคนทำงานเก่งและหาเงินได้มาก ไม่ได้แปลว่าคุณจะเป็นคนมั่งคั่ง เพราะคุณอาจไม่มีเวลาในการเติมเต็มด้านอื่น ๆ ของชีวิต หรือซ้ำร้ายคือการมีหนี้สินจำนวนมากเรียกได้ว่าทำงานหาเงินมาได้ก็ใช้หนี้ไปเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหลักคิดการพัฒนาตนสู่ความมั่งคั่งคือ ภาระหนี้สินน้อย มีเงินสด มีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่ม และมีสินทรัพย์ที่สร้างเงินสด เพื่อสุดท้ายคุณจะมี ‘เวลา’ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิตตนเองและสังคม นี่แหละคือ ความมั่งคั่ง

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY