ถอนตัวไม่พอ ต้องถอนทั้งระบบ! ประธานฝ่ายเทคโนโลยีถอนระบบ IT ออกหมด หลังทีมธุรกิจ Startup คิดไม่ซื่อ

ถอนตัวไม่พอ ต้องถอนทั้งระบบ! ประธานฝ่ายเทคโนโลยีถอนระบบ IT ออกหมด หลังทีมธุรกิจ Startup คิดไม่ซื่อ

903
0
SHARE
Geschäftsmann auf Kettcar

ถอนตัวไม่พอ ต้องถอนทั้งระบบ! ประธานฝ่ายเทคโนโลยีถอนระบบ IT ออกหมด หลังทีมธุรกิจ Startup คิดไม่ซื่อ

Startup เป็นธุรกิจเพื่อการเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ก็มีหลายคนที่กระโดดพลาด แล้วไม่อยากจะก้าวต่อ เพราะโลกธุรกิจ startup ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบเสมอ ต้องมีหนามแหลมเป็นอุปสรรคคอยทิ่มแทงอยู่หลายต่อหลายครั้ง ถ้าใครทนพิษไม่ไหวก็ต้องยอมออกจากวงการ

“นิทานแห่งกลลวงและความโกหก เปิดโปงจากประสบการณ์ตรง กลไม่ซื่อของ GrabGas” หัวข้อสะดุดตาบน Blog โดย Julian Ee อดีตโปรแกรมเมอร์ของธุรกิจ startup แห่งหนึ่งในมาเลเซีย สามารถพิสูจน์เรื่องเส้นทางบนกลีบกุหลาบได้ดี

เรื่องราวระหว่าง Julian Ee และ GrabGas ธุรกิจ startup ที่เคยร่วมงานด้วยกัน และมีสโลแกนดั่งคำมั่นสัญญาว่า “GrabTaxi for gas delivery” หรือ “GrabTaxi บริการส่งก๊าซถึงที่” เป็นกระจกสะท้อนให้คุณได้เห็นปัญหามุมหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายมากในการทำธุรกิจ เพราะเป็นความขัดแย้งเรื่องค่าตอบแทน ความถูกต้อง และความโปร่งใสของผู้ก่อตั้งธุรกิจ

ไอเดียสุดเจ๋ง

GrabGas เป็นบริษัทเชื้อสายมาเลย์ เริ่มต้นธุรกิจในเดือนตุลาคมปี 2015 โดยมีเป้าว่าจะเปลี่ยนวิธีการสั่งซื้อแก๊สให้ยุ่งยากน้อยลง เน้นความสะดวกสบายให้ลูกค้าและลดขั้นตอนการโทรหาผู้จัดซื้อ ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งซื้อก๊าซได้จากเว็บไซต์ GrabGas โดยตรง และมีบริการส่งถึงบ้าน โดยคิดค่าบริการประมาณ 8 เหรียญ ในเดือนมิถุนายน บริษัทเปิดเผยกับสื่อว่า มีคำสั่งซื้อถึง 500 รายการ หรือ 350 รายการต่อสัปดาห์ มีการเตรียมระบบจัดส่ง และร่างแผนธุรกิจสำหรับ 5 ปี เพื่อขยายกิจการให้ครอบคลุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่เรื่องราวกลับพลิกผัน เมื่อข้อมูลจาก Julian Ee ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขาบอกว่า ตอนนั้นคำสั่งซื้อมีแค่ 200 รายการเท่านั้น ซึ่งสินค้ามากกว่าครึ่งยังไม่ได้จัดส่ง และแผนธุรกิจ 5 ปีไม่มีจริง ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องเรียกว่า 5 ปีในโลกความฝันมากกว่า GrabGas ไม่มีแม้กระทั่ง roadmap สำหรับสัปดาห์ต่อไปด้วยซ้ำ

แต่ในเดือนพฤษภาคม GrabGas ประกาศว่าบริษัทชนะการเป็นธุรกิจ Startup Accelerator หรือบริษัทที่ค้นหาธุรกิจใหม่ๆที่มีความเฉพาะ ของ Malaysian Telco Digi Telecommunications และในช่วงเวลาเดียวกัน Jeson Lee ผู้ก่อตั้งร่วมบริษัทและประธานฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ปรากฏตัวในฐานะตัวแทนของบริษัทและประเทศมาเลเซียในงาน Global Student Entrepreneurship Awards ที่กรุงเทพฯ

Julian Ee พูดถึงข้อมูลช่วงนำเสนอแผนธุรกิจ (pitching session) ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง GrabGas ใช้รายงานที่เป็นข้อมูลหุ้นส่วนบริษัทปลอม โดยอ้างว่าเป็นการสร้างรายได้จากการทำธุรกิจร่วมกับบริษัทการตลาดและการกลั่นน้ำมันของฟิลิปปินส์ ที่รู้จักกันในนาม “Petron” และได้รับการรับรองสถานภาพทางกฏหมายของการให้บริการจากกระทรวงการค้าภายใน การสหกรณ์ และการคุ้มครองผู้บริโภคมาเลเซีย ซึ่ง Julian Ee เผยว่า ความจริงทางบริษัทมีรายได้รวมเป็นศูนย์ ไม่มีรายได้ร่วมจาก Petro หรือได้รับการรับรองอะไรทั้งสิ้น แต่ก็มีบางคนตั้งข้อสงสัยว่าทางบริษัทจะกล้าอ้างข้อมูลเหล่านั้นจริงๆต่อหน้าสาธารณชนเหรอ เพราะข้อมูลนั้นเกี่ยวข้องกับองค์กรสำคัญและต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนในการยืนยัน และ Julian ก็ไม่ได้อยู่ตอนนำเสนอแผนธุรกิจนั้นด้วย

ประธานฝ่ายดิจิตอล Digi เสนอช่วยพยุงวิกฤติ GrabGas

Praveen Rajan ประธานฝ่ายดิจิตอลของบริษัท Digi ผู้นำด้านการให้บริการการสื่อสารโทรคมนาคมในมาเลเซีย แชร์ข้อความลง Tech in Asia ในทำนองว่า ทาง Digi เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสที่จะช่วย GrabGas พัฒนาธุรกิจ โดยเน้นนโยบายการต่อต้านคอรัปชั่นอย่างสิ้นเชิงที่เข้มงวดในการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้อง จากหุ้นส่วนผู้ค้าร่วมลงทุน และสมาชิกในระบบห่วงโซ่คุณค่า และหวังว่าเขาจะภักดีและยืนหยัดในทางของเขาที่จะทำงานกับเรา Digi พยายามเสนอภาพรวมความเข้าใจที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องมาตรฐานและความศรัทธาในการทำงานร่วมกัน และพยายามติดต่อ GrabGas เพื่อรอการตอบรับ

แต่ไม่มีการตอบรับใดๆจาก GrabGas มีเพียงข้อมูลจากบนเพจ Facebook ของบริษัทที่พยายามสื่อว่า มี Blog หนึ่งโพสต์สิ่งที่ไม่ประสงค์ดี GrabGas พยายามชี้แจงว่ากำลังหาทางเจรจาต่อรองกับ Julian Ee เพื่อหาทางแก้ไข และเน้นว่าปัญหานี้เป็นเรื่องราวระหว่างบริษัทและ Julian Ee เท่านั้น ไม่มีส่วนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องในประเด็นนี้

ต้นเหตุความสั่นคลอน

รายงานของ Julian Ee ทำให้รู้ว่าบริษัทมีปัญหาบางอย่างตั้งแต่เริ่มต้นทุกขั้นตอน เขาเริ่มร่วมธุรกิจกับ GrabGas ตอนช่วงต้นปี 2016 ในช่วงกลางของภาวะวิกฤติ ซึ่งเป็นช่วงที่ทางบริษัทจัดการคำสั่งซื้อและการขนส่งได้ไม่ดีเพราะเทคโนโลยีไม่ค่อยราบรื่น เนื่องจากมีปัญหามากกว่าเรื่องของ Homepage และ spreadsheet นิดหน่อย

บริษัทเชิญ Julian Ee ร่วมทำงานในฐานะผู้ถือหุ้น แต่เขาต้องสนุบสนุนระบบแสดงภาพการสนทนา และมีหน้าที่สร้างโครงสร้างเทคโนโลยีให้บริษัท รวมถึงเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นการจัดส่ง เขาบอกว่าเหมือนเป็นการเริ่มต้นทำงานใหม่ทั้งหมดจากศูนย์

หากคุณเคยทำงานในบริษัทที่พัฒนาแล้วคงมองออกเลยว่า ลูกค้าไม่มีตัวช่วยที่แท้จริงว่าเขาต้องการอะไร เป็นแค่ไอเดียกว้างๆว่า “ฉันต้องการให้มันคล้ายกับแท็กซี่จริง ๆ” มันทำนั่น ทำนู่น ทำนี่ได้ โดยไม่มีกระบวนการที่สมบูรณ์

เมื่อ Julian Ee ทำงานเสร็จสิ้น และ platform เริ่มทำงาน เขาเริ่มคิดว่าตำแหน่งผู้ถือหุ้นเป็นแค่ภาษาดอกไม้ เขาไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ทีมงานบอกว่าเขาเป็นแค่ลูกจ้างขั้นต้น และค่าตอบแทนจะเพิ่มเป็น 10 % ตามความชอบธรรมในอีกสามปีถัดไป ขณะที่ต้องแบกภาระหลายอย่าง รวมถึงคอยดูแลและจัดการ server ให้เว็บไซต์ เขาไม่ได้เงินเดือนประจำอื่นเลย และมองว่าบริษัทไม่ยุติธรรมกับเขา

เมื่อไม่โปร่งใส ก็ไร้ประโยชน์จะเจรจา

Julian Ee บอกว่าทีมตั้งใจไม่โปร่งใส เขาจะไม่เข้าร่วมสัญญาใดๆ ถ้าทางทีมงานไม่สร้างเงื่อนไขหรือสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น เขายอมรับว่าแม้เขาไม่ได้กดดันตัวเอง แต่เขาต้องการพิสูจน์ตัวเองก่อนเรียกร้องค่าตอบแทน และเพราะเขารู้จักผู้ก่อตั้งเป็นการส่วนตัวด้วย

ซึ่งสุดท้ายไม่ว่าเจราจาต่อรองยังไง ผลที่ออกมา คือ ล้มเหลวทุกครั้ง Julian Ee ออกจากบริษัทพร้อมนำระบบทุกอย่างที่เคยติดตั้งไว้ไปกับเขาด้วย ตั้งแต่ถูกบริษัทปฎิเสธที่จะคุยเรื่องข้อตกลงในการขายระบบให้บริษัท

นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญของ GrabGas เพราะว่าเว็บไซต์หลักของ บริษัท สามารถลิ้งค์ไปถึงหน้าเพจ Facebook บริษัทได้จริง ซึ่งมีการโพสต์บอกลูกค้าอย่างเป็นทางการว่าจะระงับหน้าเว็บไซต์ชั่วคราวเพื่อปรับปรุง และดูเหมือนทางบริษัทจะตั้งใจให้ใช้ Facebook Messenger ในการสั่งซื้อแทน แสดงว่าระบบการสั่งซื้ออาจมีปัญหาจริงๆ และมีประกาศผ่าน Facebook GrabGas ว่าในช่วงกลางเดือนกันยายนบริษัทตั้งใจปรับเปลี่ยนเว็บการสั่งซื้อและแอพพลิเคชั่นใหม่

สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ก่อตั้งหรือเป็นแค่ส่วนหนึ่งของธุรกิจ คุณอาจจะหนีไม่พ้นประเด็นเหล่านี้ ที่จะส่งผลตามมาอีกมากมาย อย่างกรณีของ GrabGas คุณจะเห็นได้ว่า ถ้าทุกอย่างที่ Julian Ee เล่าเป็นเรื่องจริง จะเป็นเครื่องชี้ได้เลยว่าธุรกิจ Startup นี้ไม่มีรากฐานที่ดีพอที่จะก่อตั้งบริษัทได้ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของการทำธุรกิจเลยทีเดียว แม้ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไร แต่คุณควรระมัดระวังหนามใหญ่บนเส้นทางธุรกิจ startup นี้เพื่อไม่ให้ก้าวที่สำคัญของคุณเป็นก้าวที่ผิดพลาด

อัพเดตข้อมูลจาก Digi Accelerate และ Facebook ของ GrabGas

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY